Scholar Guide
Home
Services
University Programmes
Secondary Programmes
English Language & Short Course
Summer Course
Scholarship
Student Experiences & FAQs.
NZ Education Link
Discover New Zealand
Contact Us & Site Map
Pure New Zealand

University Programmes

การเรียนระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัย
การศึกษาระดับปริญญาตรี
การศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี
Foundation Studies Year
การเรียนระดับอุดมศึกษาในสถาบันเทคโนโลยี (Institute of Technology) และ สถาบันโพลีเทคนิค (Polytechnic)
เรียนที่สถาบันเทคโนโลยี หรือ โพลีเทคนิคไปเพื่ออะไร
คุณภาพและการยอมรับ
ทัศนคติของชาวนิวซีแลนด์
ปีการศึกษา

การเรียนระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1870 และมีรูปแบบคล้ายคลึงกับระบบของประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัยของรัฐมีทั้งหมด 8 แห่ง ทุกแห่งมีคุณภาพสูง เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั่วโลก

นอกจากจะมีการรับรองคุณภาพและตรวจสอบจากองค์กรของรัฐแล้ว ในมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งยังมีหน่วยงานทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพภายในของตนเองอีกด้วย


Back

การศึกษาระดับปริญญาตรี

ปริญญาตรีใช้เวลาเรียน 3 ปี ( 4 ปีในบางสาขา )

ปริญญาตรีเกียรตินิยม ใช้เวลาเรียน 4 ปี และต้องเรียนจำนวนวิชามากขึ้นในสาขาที่เลือกเป็นวิชาเอก ( Major ) รวมทั้งมีการทำวิจัยอีกด้วย

นักศึกษาที่อายุเกิน 21 ปี สามารถสมัครเรียนได้โดยไม่ต้องมีวุฒิการศึกษาชั้นมัธยมปลาย แต่ต้องมีความสามารถภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้

ปีการศึกษา

Semester 1: กุมภาพันธ์-มิถุนายน
Semester 2: กรกฎาคม-พฤศจิกายน


Back

การศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรี
  • Graduate Diploma เปรียบได้กับปริญญาตรีใบที่สอง ซึ่งใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปี นักศึกษาจะจบปริญญาตรีสาขาใดมาก็ได้และต้องการเรียนสาขาอื่นที่แตกต่างที่ชอบมากกว่า หรือเพื่อช่วยส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าในการงานดีขึ้น หรือใช้เป็นเป็นพื้นฐานเพื่อเรียนในสาขาเฉพาะทางในระดับปริญญาโท-เอก
  • Postgraduate Diploma เปรียบได้กับอนุปริญญาโทหรือครึ่งหลักสูตรปริญญาโท ใช้เวลาเรียน1ปี มักเป็นการเรียนต่อ ในระดับที่สูงขึ้นจากสาขาวิชาที่เรียนจบในปริญญาตรี ในหลายๆมหาวิทยาลัย หลักสูตรนี้เป็น 1 ปีแรกของหลักสูตรปริญญาโท
  • Master Degree ส่วนใหญ่หลักสูตร 2 ปี และประกอบด้วยการเรียนในห้องเรียน(Course work) และการทำวิจัย ( Research ) หรือเรียน Course work และทำ Papers
  • Doctorate ปริญญาเอกส่วนใหญ่ในนิวซีแลนด์ เป็น Ph D. (Doctor of Philosophy)ซึ่งมีเปิดสอนในทุกมหาวิทยาลัย ใช้เวลาเรียนประมาณ 2-3 ปี เป็นการทำวิทยานิพนธ์ (Thesis) และสอบ Oral Examination

Back

Foundation Studies Year

ในหลายๆประเทศรวมทั้งประเทศไทย นักเรียนใช้เวลาเรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษาน้อยกว่าประเทศนิวซีแลนด์ 1 ปี ดังนั้นเพื่อให้นักเรียนที่จบมัธยมศึกษาจากประเทศอื่นสามารถเข้าเรียนปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยได้ จึงต้องมี Foundation Studies Year หลักสูตร 28 สัปดาห์ - 1 ปี เป็นตัวเชื่อมช่องว่างนี้และในขณะเดียวกันยังเป็นปีที่เตรียมฝึกฝนให้นักเรียนมีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยทั้งในด้านการใช้ภาษาอังกฤษ ความรู้พื้นฐานในสาขาวิชาที่จะเรียน รวมทั้งวิธีการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย Foundation Studies Year สามารถเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งไหนก็ได้เพราะเป็นหลักสูตรที่เป็นที่ยอมรับของมหาวิทยาลัยทุกแห่งในนิวซีแลนด์ และนานาชาติ

คุณสมบัติของผู้ที่จะเรียน Foundation Studies Year

  • อายุ 16 ปี ขึ้นไป
  • เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 5 หรือ 6
  • มีความรู้ภาษาอังกฤษดีพอ ( IELTS 5.5)

Website ที่ควรเข้าไปศึกษาดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Auckland University of Technology (AUT) www.aut.ac.nz
The University of Auckland www.auckland.ac.nz
The University of Waikato www.waikato.ac.nz
Massey University  www.international.massey.ac.nz
Victoria University of Wellington www.victoria-international.ac.nz
University of Canterbury www.canterbury.ac.nz
Lincoln University www.lincoln.ac.nz
University of Otago www.otago.ac.nz

การเรียนระดับอุดมศึกษาในสถาบันเทคโนโลยี และ สถาบันโพลีเทคนิค

มักมีคนตั้งคำถามว่าคนที่เรียนสถานบันเทคโนโลยีและโพลีเทคนิค คือ คนที่เข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ใช่ไหม ถ้าจบปริญญาตรีแล้วเรียนต่อที่สถาบันเทคโนโลยีหรือโพลีเทคนิคได้หรือไม่ และถ้าจบจากสถาบันเหล่านี้แล้วจะเป็นที่ยอมรับหรือเปล่า

แนวคิดและการเลือกเรื่องการเรียนของชาวนิวซีแลนด์และชาวตะวันตกมีความแตกต่างจากเราคนไทยมาก เพราะเขาไม่ได้ใช้การศึกษามาเป็นตัวกำหนดความสามารถของคนหรือแบ่งแยกว่าใครเก่งหรือไม่เก่ง ระบบการศึกษาถูกสร้างขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คนได้เรียนรู้ และพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นและสามารถนำความรู้นั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์จริงๆ ในการทำงาน ฉะนั้นหลักสูตรในสถาบันเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างมากที่จะช่วยพัฒนาคนเรียนให้มีความรู้ ความชำนาญ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างแท้จริง

ในประเทศนิวซีแลนด์ การเรียนการสอนที่เน้นภาคปฏิบัติ (วิชาชีพ) มากกว่าภาควิชาการ เพื่อนำไปประกอบอาชีพเรียกว่า VOCATIONAL TRAINING สถาบันที่ทำการสอนมี 2 แบบ คือ
แบบที่หนึ่ง สถาบันของรัฐบาล โดยสถาบันเหล่านี้จะมีคำว่า Institute of Technology หรือ Polytechnic ต่อท้ายเสมอ เช่น Eastern Institute of Technology, Northland Polytechnic
แบบที่สอง คือสถาบันของเอกชน ซึ่งเปิดสอนหลักสูตรมากมาย ไม่ต่างจากสถาบันของรัฐบาล เพียงแต่ของเอกชนไม่มีคำว่า Institute of Technology หรือ Polytechnic เช่น Auckland Institute of Studies (AIS) , Crown Institute of Studies


Back

เรียนที่สถาบันเทคโนโลยี หรือ โพลีเทคนิคไปเพื่ออะไร

นักศึกษาที่เรียนในสถาบันเหล่านี้ต่างมีจุดมุ่งหมายที่แตกต่างออกไป แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
เพื่อทำงาน
เพื่อเรียนต่อในระดับปริญญาตรี
เพื่อหาอาชีพใหม่
เพื่อเพิ่มความรู้ ความชำนาญเฉพาะด้าน

เรียนเพื่อทำงาน

ในนิวซีแลนด์นักเรียนที่จบมัธยมปลาย (Year 12) หากต้องการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เขามีทางเลือกคือ

  • เรียนต่อ Year 13 ใน ร.ร.มัธยมศึกษา หรือไปเรียน Foundation Studies Year ในมหาวิทยาลัยของรัฐ หรือ สถาบันเอกชน แล้วเรียนต่อในมหาวิทยาลัยอีก 3 ปี และได้รับวุฒิปริญญาตรี หรือ
  • เรียนที่สถาบันเทคโนโลยี หรือโพลีเทคนิค 6 เดือน - 1 ปี ได้วุฒิประกาศนียบัตร (Certificate) นำไปสมัครงานได้ หรือเรียนหลักสูตร 2 ปี ได้วุฒิอนุปริญญาตรี (Diploma) นำไปสมัครงานได้เช่นกัน หรือเรียนต่ออีก 2 ปี แล้วได้วุฒิปริญญาตรี
ทั้งนี้เพราะเด็กชาวนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่เขาจะส่งเสียตัวเองเรียน หรือ ผู้ปกครองจะออกให้เพียงบางส่วน เพราะเขาถือว่าเด็กอายุ 18 ปีขึ้นไปนั้นสามารถับผิดชอบตนเองได้ เลือกอนาคตตัวเองได้ เรียนตามความชอบ - ความถนัด นอกจากนี้รัฐบาลนิวซีแลนด์ยังมีกองทุนให้กู้ยืมเรียนก่อน แล้วผ่อนใช้ทีหลังเมื่อทำงานได้แล้ว ค่าใช้จ่ายในการเรียนในสถาบันเหล่านี้ก็ถูกกว่ามหาวิทยาลัยด้วย นอกจากนี้ยังได้วุฒิเพื่อไปสมัครงานหลังการเรียนเพียง 6 เดือน - 1 ปี หรือ 2 ปี เท่านั้น ในขณะที่มหาวิทยาลัยต้องใช้เวลาเรียนถึง 4 ปี ติดต่อกัน กว่าจะได้วุฒิการศึกษา (Year 13 หรือ Foundation Studies Year 1 ปี + 3 ปี ในมหาวิทยาลัย) ดังนั้นนักศึกษาชาวนิวซีแลนด์จึงนิยมเรียนแนวทางนี้ เพราะสามารถเรียนแบบขั้นบันไดได้ คือเรียน 1 - 2 ปี แล้วได้วุฒิไปทำงานเก็บเงินสักพัก แล้วค่อยกลับมาเข้าเรียนต่อให้สูงขึ้นหลังจากทำงานไประยะหนึ่งแล้ว

เรียนเพื่อต่อในระดับปริญญาตรี

หลังจากที่นักศึกษาเรียนได้วุฒิอนุปริญญา (Diploma) ยังสามารถโอนหน่วยกิตเพื่อไปต่อปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยโดยใช้เวลาอีก 1.5 ปี - 2 ปี แล้วแต่จำนวนหน่วยกิตที่โอนได้ วิธีนี้เหมาะกับนักเรียนต่างชาติเพราะนอกจากจะประหยัดเงินคือ จ่ายถูกกว่าใน 2 ปีแรกแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อม 2 ปีแรกก่อนย้ายไปเรียนในมหาวิทยาลัยเพราะในสถาบันวิชาชีพเหล่านี้มีจำนวนนักศึกษาต่อห้องเรียนน้อยกว่าในมหาวิทยาลัย ทำให้นักศึกษามีความใกล้ชิดกับอาจารย์ผู้สอนและเพื่อนที่เรียนด้วยกัน ได้มีโอกาสเรียนรู้วิธีการเรียนและ การค้นคว้าในระดับอุดมศึกษา นอกจากนี้สถาบันเหล่านี้ยังมีหน่วยงานสนับสนุนและช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติในด้านต่างๆ อีกด้วย เช่น นัดติวนอกเวลา อบรมพิเศษเรื่องการใช้ computer แนะนำเรื่องการเขียนรายงานภาษาอังกฤษ ผลสุดท้ายก็ได้ปริญญาตรีเหมือนกัน แถมยังมีประกาศนียบัตรและอนุปริญญาเพิ่มมาอีกด้วย นักศึกษาบางคนหยุดเรียนไป 2 ปี หลังจากได้อนุปริญญา เพื่อทำงานเก็บเงิน ท่องเที่ยวหาประสบการณ์ หลังจากนั้นค่อยกลับมาเรียนต่อเพื่อวุฒิปริญญาตรี

เรียนเพื่อหาอาชีพใหม่

บางคนเรียนจบปริญญาตรีแล้ว และทำงานเป็นครูมานาน เกิดเบื่อและรู้สึกว่าไม่ชอบงานครู ก็ลาจากครูและไปเรียนทางด้านการทำอาหาร (Diploma in Professional Cooking) ตอนนี้เป็นพ่อครัว (Chef) อยู่ที่โรงแรมระดับห้าดาว

หรือบางคนจบทางด้านธุรกิจมา แต่มารู้ตัวว่าชอบทางด้านศิลปะการออกแบบก็สามารถเรียนหลักสูตรทาง Design ได้ นั่นคือไม่ว่าจะทำงานอะไรมาก่อน หรืออายุเท่าไรก็ตาม ทุกคนสามารถสมัครเข้าเรียนในสถาบันวิชาชีพได้เสมอ มีข้อจำกัดอย่างเดียวคือ ต้องจบมัธยมปลายเท่านั้น

เรียนเพื่อเพิ่มเติมความรู้เฉพาะด้าน

ความรู้เพียงด้านเดียวบางทีเมื่อไปทำงานแล้วจะรู้สึกว่าไม่เพียงพอที่จะให้ก้าวหน้าเช่น นักกฎหมาย ต้องมีความรู้ทางด้านบัญชีควบคู่ไปด้วยก็มาเรียน Accounting ที่สถาบันวิชาชีพได้ หรือบางคนเรียนจบวิศวกรรม พอมาทำงานในระดับบริหารต้องมีความรู้ทางด้านบริหาร + การจัดการ ก็สามารถมาเรียนเพิ่มเติมได้

ยังมีบางสาขาวิชาที่ยังไม่มีการสอนระดับปริญญาตรี แต่สอนในระดับวิชาชีพ เช่น การบริหารจัดการงาน Event ต่างๆ การอัดเสียง ธุรกิจทำไวน์ การดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุ การร้องเพลง การทำอาหารแบบมืออาชีพ ( Professional Cooking ) ฯลฯ


Back

คุณภาพและการยอมรับ

การเรียนวิชาชีพ ในสถาบัน Institute of Technology และ Polytechnic ของนิวซีแลนด์ มาตรฐานไม่ได้ต่างไปจากการเรียนในมหาวิทยาลัย เพราะกว่าที่นักศึกษาจะจบการศึกษาโดยมีวุฒิบัตรรับรองนั้นต้องผ่านการสอบ การทำงานวิจัย การทำโปรเจคกลุ่ม หรือการฝึกงาน ที่ได้ผลเป็นที่แน่ใจว่านักศึกษาคนนั้น มีความรู้ความสามารถออกไปทำงานได้จริง หากนักศึกษาไม่สามารถทำคะแนนได้ตามเกณฑ์ที่สถาบันกำหนด พวกเขาไม่สามารถจบการศึกษาได้


Back

ทัศนคติของชาวนิวซีแลนด์

ชาวนิวซีแลนด์มองว่าอาชีพทุกอาชีพมีความสำคัญและมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันจะทำงานในอาชีพไหนก็ตามต้องมีความรู้จริง เชี่ยวชาญ รักและภูมิใจในอาชีพนั้น และทำอย่างดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างทาสี ผู้ดูแลผู้สูงอายุ นักบัญชี วิศวกร หรือ พ่อครัว คุณก็ต้องทำงานอย่างมืออาชีพ เพราะนั่นคือสิ่งที่ชี้ว่าคุณเป็นคนมีความสามารถ และเมื่องานออกมาดีก็ถือว่าคุณประสบความสำเร็จในอาชีพนั้น


Back

ปีการศึกษา

Semester 1: กุมภาพันธ์-มิถุนายน
Semester 2: กรกฎาคม-พฤศจิกายน


ศูนย์แนะแนวการศึกษานิวซีแลนด์ สกอลาร์ ไกด์ 1467/4 ซอยสุขุมวิท 65/1 ถนน สุขุมวิท พระโขนงเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. (02) 726-9966-9 โทรสาร (02) 726-9970 email : admin@scholarguide.net