Scholar Guide
Home
Services
University Programmes
Secondary Programmes
English Language & Short Course
Summer Course
Scholarship
Student Experiences & FAQs.
NZ Education Link
Discover New Zealand
Contact Us & Site Map
Pure New Zealand

>> Secondary Programmes

  การศึกษาต่อมัธยมศึกษา
  ปีการศึกษา
  วุฒิการศึกษา
  อายุเท่าไหร่ควรไปเรียน?
  การเลือกโรงเรียนควรพิจารณาอะไรบ้าง
  การเรียน-การสอนที่แตกต่างจากระบบไทย
  อยู่ Homestay หรือ โรงเรียนประจำ(Boarding) อย่างไหนดี ?
  การรายงานผลการเรียน
  การเลือกวิชา
  ควรสมัครเรียนเมื่อใด ?
  จะได้อยู่ชั้นอะไร
  เมื่อไม่รู้ภาษาอังกฤษจะเรียนได้หรือ ?
  ค่าใช้จ่ายแพงไหม ?
  แผนภูมิเปรียบเทียบระบบการศึกษา ไทย-นิวซีแลนด์
 
การศึกษาต่อมัธยมศึกษา


นิวชีแลนด์มีโรงเรียนมัธยมศึกษากว่า 400 แห่ง โดยเรียกว่า High School หรือ Grammar School หรือ College หรือ Area School
โรงเรียนมัธยมศึกษาในนิวซีแลนด์เปิดรับนักเรียนต่างชาติตั้งแต่ชั้น ม. 1 ขึ้นไป โรงเรียนมัธยมมี 3 ประเภทคือ

  1. โรงเรียนรัฐบาล (Government School)คือโรงเรียนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล 100 %
  2. โรงเรียนกึ่งเอกชน (Integrated School) คือโรงเรียนที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลบางส่วน
  3. โรงเรียนเอกชน (Independent School) ที่ไม่ได้พึ่งเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเลย โรงเรียนเหล่านี้ จะเก็บค่าเล่าเรียนแพงกว่าโรงเรียน 2 ประเภทแรก

ไม่ว่าจะเป็นประเภทใด จะมีมาตรฐานสูงเท่าเทียมกันทั่วประเทศ นอกจากนี้โรงเรียนยังแบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย ๆ คือ

  1. โรงเรียนประจำ คือนักเรียนสามารถเลือกอยู่หอพักของโรงเรียนได้ถ้าต้องการ
  2. โรงเรียนไป - กลับ คือโรงเรียนที่ไม่มีหอพักให้นักเรียนอยู่ แต่โรงเรียนจะหา Homestay ( Family ) ให้นักเรียนอยู่ และ Homestay นั้นจะเป็นเหมือนผู้ปกครองที่คอยดูแลความเป็นอยู่ของนักเรียน

โรงเรียนประจำส่วนใหญ่จะเป็นหญิงล้วนและชายล้วน ส่วนโรงเรียนไป - กลับส่วนใหญ่จะเป็นสหศึกษา

 
ปีการศึกษา

ใช้ระบบปีละ 4 เทอม ปีการศึกษา2553 แบ่งดังนี้
เทอม 1 2  กุมภาพันธ์ - 1 เมษายน
เทอม 2 19  เมษายน - 2  กรกฎาคม
เทอม 3 19 กรกฎาคม- 24 กันยายน
เทอม 4 11 ตุลาคม - 14 ธันวาคม
 
วุฒิการศึกษา

นักเรียนจะได้รับคุณวุฒิจากกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า National Certificate of Achievement ( NCEA ) เริ่มจากระดับชั้น Year 11, Year 12 และ Year 13 ซึ่งเป็น3 ปีสุดท้ายของชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
 
อายุเท่าไหร่ควรไปเรียน?

อย่างน้อยที่สุดควรเรียนจบประถม 6 แต่ที่เหมาะกว่าคือจบชั้น ม.1 หรือ ม.2 ถ้าไปประมาณอายุนี้เด็กค่อนข้างมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และช่วยเหลือตัวเองได้ดีกว่า

จบม. 3 แล้วจึงไปเรียนต่อก็เป็นอีกช่วงอายุที่เหมาะและยังไม่ช้าเกินไป เพราะยังมีเวลาที่จะเรียนในนิวซีแลนด์อีก 3 - 4 ปี กว่าจะจบชั้นสูงสุด(ไม่ควรกระโดดข้ามชั้นมาก นอกจากนร.จะเก่งมากจริงๆ) จึงมีเวลาพอเพียงที่จะสร้างพื้นฐานภาษาอังกฤษที่มั่นคงพอที่จะไปใช้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้

ข้อเท็จจริงที่ควรรู้คือ ถ้าตัดสินใจไปเรียนแล้วจะต้องเรียนให้จบอย่างน้อยมัธยม 6 (Year 12) ถ้าเข้าเรียนแล้วเปลี่ยนใจจะกลับมาในระบบไทยจะมีปัญหาว่า ต่อกันไม่ได้เพราะช่วงเวลาเปิดเทอมไม่ตรงกัน และต้องเสียเวลาเรียนซ้ำชั้น

 
การเลือกโรงเรียนควรพิจารณาอะไรบ้าง

อายุ - ความสามารถ - ความถนัดของนักเรียน
อุปนิสัยของนักเรียน และความประพฤติ
ความต้องการและความคาดหวังของผู้ปกครอง
งบประมาณ


Back
 
การเรียน-การสอนที่แตกต่างจากระบบไทย

เพราะพื้นฐานความเชื่อว่าคนเราต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) โลกมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก การเรียนรู้ไม่ควรหยุดอยู่แค่เราสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย

ดังนั้นการเรียนจะเป็นการสอนหรือการกระตุ้นให้เรียนรู้ - หาความรู้ - ค้นคว้า เพื่อเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ต้องใช้ความคิดพิจารณาด้วยเหตุผล การเข้าห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือ ค้นคว้า เป็นเรื่องปกติของนักเรียนนิวซีแลนด์ ตั้งแต่ชั้น ป.1 ทั้งนี้เพื่อสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ และหาความรู้ด้วยตนเอง



Back

 
อยู่ Homestay หรือ โรงเรียนประจำ(Boarding) อย่างไหนดี ?

ข้อดีของ Homestay:บางคนรู้สึกอบอุ่นกว่า เหมือนอยู่กับครอบครัว สำหรับเด็กที่พูดน้อย ขี้อาย จะมี Homestay คอยชวนคุยมากกว่า มีห้องส่วนตัวของตัวเอง มีความเป็นสัดเป็นส่วนกว่า
ข้อเสียของ Homestay:อาจเข้ากันไม่ได้ - ไม่ถูกชะตา บางครอบครัวเข้มงวดมากไป หรือบางครอบครัวปล่อยตามใจเกินไป เด็กมีเวลาอิสระเสรีมากเกินไป และอาจใช้เวลาไม่ถูก เช่น ไม่ทำการบ้าน / ไม่อ่านหนังสือ มีโอกาสใช้เงินสิ้นเปลืองเพราะมีเวลาว่างมาก ก็จะเที่ยว - กิน นอกบ้านมากขึ้น อาหารอาจไม่ถูกปาก และไม่มีให้เลือกหลากหลาย บางคนรู้สึกอึดอัด เพราะรู้สึกว่าอยู่บ้านคนอื่น
ข้อดีของ Boarding:มีระเบียบ- กฎเกณฑ์ที่ทุกคนต้องปฏิบัติเหมือนกัน สร้างนิสัยที่ดีมีระเบียบ สร้างนิสัยในการปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่น มีครูดูแลใกล้ชิด 24 ช.ม. มีเวลาทำการบ้าน (มีครูอยู่ด้วย) นอน ตื่น เป็นเวลา ได้สนิทสนมกับเพื่อนชาว NZ พัฒนาภาษาอังกฤษได้เร็ว มีกิจกรรม กีฬา หลังเลิกเรียน ทำให้แข็งแรง รูปร่างสูงใหญ่ ไม่เหงา โอกาสใช้เงินมีน้อย - ประหยัด
ข้อเสียของ Boarding:สำหรับนักเรียนที่ขี้อาย หรือปรับตัวเข้ากับคนอื่นยากอาจใช้เวลานาน ที่จะมีเพื่อน คนที่ไม่ชอบเล่นกีฬาเลย อาจรู้สึกเบื่อ เพราะนักเรียนส่วนใหญ่เล่นกีฬาหลังเลิกเรียน


Back

 
การรายงานผลการเรียน

โรงเรียนส่วนใหญ่จะมีการรายงานผลการเรียนต่อผู้ปกครองปีละ 2 ครั้ง คือ สิ้นเทอมที่ 2 และสิ้นเทอมที่ 4 บางโรงเรียนจะมีการรายงานอย่างคร่าว ๆ สิ้นเทอม 1 และ 3 ด้วย แต่อย่างไรก็ตามผู้ปกครองสามารถติดต่อสอบถามเรื่องการเรียนของบุตรธิดาได้ตลอดเวลาเมื่อมีความสงสัย


Back

 
การเลือกวิชา

ชั้น Year 7 - 10 (ม.1 - ม.4) วิชาส่วนใหญ่เป็นวิชาบังคับทั้งหมด และเรียนเหมือน ๆ กันทุกคน ในชั้น Year 9 (ม.3) จะมีวิชาเลือกเพิ่มเข้ามาเพื่อให้นักเรียนได้ทดลองเรียนดูว่าถนัด หรือชอบ หรือไม่ ถ้าชอบก็สามารถเลือกเรียนต่อในระดับสูงต่อไปได้ เช่น ดนตรี คอมพิวเตอร์ ทำอาหาร ตัดเย็บ งานไม้ งานโลหะ ศิลป์ ภาษาต่างชาติ ฯลฯ

ในชั้น Year 11 (ม.5) นักเรียนจะต้องเริ่มเลือกสาย ( วิทย์ - ศิลป์ , ศิลป์ - คณิต) ประมาณปลายปีของ Year 10 ควรจะให้นักเรียนเลือกวิชาที่จะเรียนใน Year 11 ไว้ล่วงหน้า ผู้ปกครองควรพูดคุยกับนักเรียน - ดูผลการเรียน - ปรึกษาศูนย์ฯ เพื่อเลือกวิชาก่อนเปิดเทอม Year 11

นักเรียนที่ต้องการกลับมาเรียนปริญญาตรีในระบบ International ที่เมืองไทย ต้องเรียนจบ Year 12 โดยมีข้อบังคับว่าต้องเรียนวิชาหลักๆ ให้ครบ 5 วิชาแต่ละวิชาต้องสอบได้ไม่ต่ำกว่า 7 หน่วยกิต จึงสามารถเทียบวุฒิเท่ากับม.6 ผู้ปกครองควรปรึกษาศูนย์ฯ และเช็คกับโรงเรียนให้แน่ใจว่าลงวิชาถูกต้องและครบถ้วน
ตั้งแต่ปลายปี Year 11 นักเรียนทุกคนควรมีแผนการเรียนถึงระดับปริญญาตรี



Back
 
ควรสมัครเรียนเมื่อใด ?

โรงเรียนมัธยมในนิวซีแลนด์มี 4 เทอมต่อปี และโรงเรียนส่วนใหญ่สามารถรับนักเรียนเข้าเรียนได้ตลอดปี แต่ช่วงเวลาที่ดีและเหมาะที่สุดคือ ในช่วงเทอม 1 (ปลายมกราคม) และเทอม 2 (ปลายเมษายน) ควรเริ่มสมัครและเตรียมตัวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือน


Back
 
จะได้อยู่ชั้นอะไร

ขั้นต้นจะดูอายุเป็นเกณฑ์และเมื่อไปแล้วจะมีการทดสอบความรู้ภาษาอังกฤษประกอบด้วยเนื่องจากเด็กนิวซีแลนด์เริ่มเรียนชั้นประถม 1 เมื่ออายุ 5 ขวบ (เด็กไทยเริ่ม 6-7 ขวบ) ดังนั้นเมื่อเด็กไทยไปเรียนจะได้อยู่ชั้นที่สูงกว่า 1 ปี เมื่อเทียบกับการเรียนที่เมืองไทย นั่นคือไม่เสียเวลาหรือโดนลดชั้น

อย่างไรก็ตามไม่ควรเริ่มที่ชั้นสูงเกินไปแม้อายุจะถึงเกณฑ์ ต้องดูพื้นฐานความรู้เดิมและภาษาอังกฤษประกอบด้วย ไม่เช่นนั้นพื้นฐานความรู้จะอ่อน และได้คะแนนต่ำใน Year 12 ซึ่งจะเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้



Back
 
เมื่อไม่รู้ภาษาอังกฤษจะเรียนได้หรือ ?

ทุกโรงเรียนจะมีครูที่จบด้านการสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก มาสอนให้นักเรียนที่เข้าใหม่เต็มวันประมาณ 1 เทอมแรก เด็กจะมีการพัฒนาทางการฟัง พูด อ่าน เขียน พอสมควร จากนั้นจะให้เริ่มเข้าไปเรียนในวิชาจริง ๆ โดยเริ่มที่วิชาง่าย ๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษน้อยก่อน เช่น คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ดนตรี พลศึกษา และค่อย ๆ เพิ่มจนครบวิชา ส่วนภาษาอังกฤษนั้นยังต้องเรียนอยู่เป็นวิชาบังคับวิชาหนึ่ง ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้เด็กเรียนภาษาอังกฤษก่อนตามสถาบันสอนภาษาอังกฤษเพราะโรงเรียนมีอยู่แล้ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด (รวมอยู่ในค่าเทอม)


Back
 
ค่าใช้จ่ายแพงไหม ?

ถ้าเรียนในเมืองใหญ่โดยเฉลี่ยค่าใช้จ่ายประมาณปีละ 28,000 เหรียญ ถ้าอยู่เมืองขนาดกลางหรือเล็กจะถูกกว่าคือประมาณปีละ 25,000 เหรียญ ถ้าเลือกโรงเรียนเอกชนค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกประมาณ 10,000-15,000 เหรียญ


Back
 
แผนภูมิเปรียบเทียบระบบการศึกษา ไทย-นิวซีแลนด์

ไทย
การศึกษาภาคบังคับตั้งแต่อายุ 7 - 4 ปี
โดยทั่วไปเด็กเริ่มการศึกษาเมื่ออายุ 6 - 7 ขวบ
 นิวซีแลนด์
การศึกษาภาคบังคับตั้งแต่อายุ 5 - 15 ปี
โดยทั่วไปเด็กเริ่มการศึกษาเมื่ออายุ 5 ขวบ

ระบบ NCEA แต่ละวิชาจะมีประมาณ 20 - 24 Credits เรียนประมาณ 5 วิชา
NCEA level 1 = Britissh GCSE / Canada or USA Grade 10
NCEA level 3 = Britissh A level / Canada or USA Grade 12

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่อง NCEA ที่ www.ncea.govt.nz



Back

 


ศูนย์แนะแนวการศึกษานิวซีแลนด์ สกอลาร์ ไกด์ 1467/4 ซอยสุขุมวิท 65/1 ถนน สุขุมวิท พระโขนงเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. (02) 726-9966-9 โทรสาร (02) 726-9970 email : admin@scholarguide.net