| การเตรียมตัวเตรียมใจไปอยู่กับชาวนิวซีแลนด์ ( Homestay Guideline )
Homestay Guideline นี้จัดทำขึ้นสำหรับนักศึกษาไทยที่ตัดสินใจไปศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ เพื่อเป็นข้อมูลให้สามารถปรับตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบ Kiwi ได้ดีขึ้น ( Kiwi เป็นคำหนึ่งที่คนนิวซีแลนด์นิยมใช้เรียกตัวเอง )
ครอบครัว ( Homestay ) เป็นสถานที่ ที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาภาษาอังกฤษแลกเปลี่ยน วัฒนธรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนรสชาติของอาหารที่แตกต่างกัน
โปรดอย่ากังวลกับสิ่งต่างๆ ที่ผิดแผกแตกต่างจากที่บ้านของเรา บางอย่างอาจดีกว่า แต่หลายๆ อย่างอาจรู้สึกไม่คุ้นเคยเลย ไม่ต้องกังวลมากจงทำตัวให้สนุกกับมัน เพราะนี่คือรสชาติของชีวิตที่น่าสนใจอย่างแท้จริง สำหรับการไปเรียนในต่างประเทศแล้วคุณจะสามารถปรับตัวได้ในที่สุด
Culture Shock
นักเรียนไทยทุกคนเมื่อเดินทางไปถึงประเทศนิวซีแลนด์ ต้องประสบกับปัญหา ที่ทำให้รู้สึกเครียด ปัญหาที่ว่านี้คุณรู้สึกว่ามันเป็นปัญหาใหญ่มาก บางทีมันทำให้หมดแรง อยากยอมแพ้ไม่อยากต่อสู้ อยากถอยหลังกลับ
แท้จริง ปัญหาดังกล่าวสามารถเอาชนะได้ เพียงแต่ต้องกล้า อดทนและตั้งสติสู้ อย่างไม่ยอมถอย
ความรู้สึกแรกของคุณคือความรู้สึกหวาดวิตก บางคนหวาดวิตกจนประสาทเครียด บางคนวิตกจนรู้สึกกลัว ความรู้สึกนี้เป็นธรรมชาติ หลังจากหวาดวิตกแล้ว คุณอาจรู้สึกตกใจ กับสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยประสบมาก่อน บางคนเรียกมันว่า Culture Shock ความรู้สึกที่ว่านี้ เกิดจากการที่ต้องตกอยู่ในวงล้อมของผู้คนที่หน้าตาและผิว แตกต่างไปจาก ตัวเอง ภาษาที่พูด ก็ไม่ใช่ภาษาไทย อาหารการกินและขนบธรรมเนียมที่ผิดแผกไปจากที่เคยพบเคยเห็น คุณกังวลว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรคนอื่นจึงจะยอมรับ ขณะเดียวกันคุณก็ไม่ยอมรับบางสิ่ง บางอย่างที่คนพวกนั้นทำ
คนที่อยู่ใน Culture Shock อาจแสดงอาการได้หลาย ๆ อย่าง เช่น รู้สึกเหนื่อยอ่อน หมดเรี่ยวหมดแรง นอนเท่าไรก็ไม่พอ อยากหลบหน้าหลบตาคนอยู่ในห้อง จะได้ไม่ต้องออกไปเผชิญกับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่โหมกระหน่ำใส่และไม่เพียงแต่รู้สึกว่าทุกอย่างแปลก แตกต่าง แต่ยังรู้สึกว่าอะไร ๆ ก็เลวร้ายไปกว่าที่คิดไปหมดทั้งนั้น
เท่านั้นยังไม่พอ คุณยังรู้สึกใจจะขาดเพราะคิดถึงบ้านและเพื่อน ๆ อีกด้วยความรู้สึกเหล่านี้ช่างทรมานเหลือเกิน ความรู้สึกคิดถึงบ้านและการปรับตัวไม่ได้เป็นความรู้สึกที่แย่มาก ๆ แต่คุณแน่ใจได้เลยว่า ยังไม่มีใครตายเพราะความรู้สึกนี้สักคน
ถ้ามีนักเรียนไทยอยู่โรงเรียนเดียวกัน การได้พูดคุยกับเพื่อนคนไทยบ้างจะช่วยความรู้สึกได้มาก แต่อย่าใช้เวลาว่างทั้งหมดคลุกคลีกับเพื่อนคนไทยเป็นอันขาด ต้องหาทางรู้จักกับเพื่อนฝรั่งและครูอาจารย์ที่พอจะพูดคุยด้วยได้และหมั่นคิดถึงเป้าหมายของการมาที่นิวซีแลนด์ และทุ่มเทความสนใจไปที่การวางแผนการเรียน ตั้งใจเรียนใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายของตัวเองให้มากอย่าเอาความด้อยของภาษามาเป็นอุปสรรคหรือข้ออ้างกับตัวเอง ต้องร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนหรือชุมชนเช่น กิจกรรมเกี่ยวกับกีฬา หรือศิลปวัฒนธรรม เข้าไปนั่งเฉย ๆ ก็ยังดีกว่าเก็บตัวในห้อง
เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด ต้องอดทน เวลาเท่านั้นจะรักษาความรู้สึกได้ เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน อย่าท้อแท้ คุณมาที่นี่เพราะมีเป้าหมายชีวิตไม่ใช่หรือ
สองสามสัปดาห์แรก ช่วง 2 - 3 สัปดาห์แรกจะเป็นช่วงที่ยากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่ทั้งคุณ และ Homestay ต่างศึกษาซึ่งกันและกัน และปรับตัวเข้าหากัน คุณได้ครอบครัวใหม่ ในขณะเดียวกัน Homestay ของคุณก็ได้สมาชิกใหม่ของครอบครัว ควรมีทัศนะคติที่ดี สุภาพอ่อนโยน มีความพยายามที่จะทดลองในสิ่งที่แปลกใหม่ เช่น อาหาร และวิธีการดำเนินชีวิตที่แตกต่าง
เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว พยายามใกล้สนิทสนมกับพ่อแม่พี่น้องในครอบครัวใหม่ ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ดูโทรทัศน์ เล่นเกมส์ เล่นกีฬา ให้ความเคารพและเป็นมิตรกับทุกคน เคารพสิทธิผู้อื่น เช่น ไม่เปิดจดหมาย ตู้เสื้อผ้า ของผู้อื่น ไม่รบกวนความสงบคนในบ้าน การทำเช่นนี้ จะช่วยให้ได้รับการสนองตอบเช่นเดียวกัน อย่าหลบหลบตาคนในครอบครัว
คิดว่าบ้านที่อยู่ก็คือบ้านของคุณเอง ไม่ใช่โรงแรม หากจะใช้ของหรือหยิบยืมสิ่งใด ควรถามเจ้าของก่อน และต้องถามว่า " How long can I borrow this for? " หรือ " When would you like it back? " และต้องคืนของนั้นให้ เร็วที่สุด
ควรบอกคนในครอบครัวไว้ว่าจะไปไหนและกลับเมื่อไร อย่าให้ทุกคนเป็นกังวล โปรดจำไว้ว่าแต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกัน ดังนั้นครอบครัวที่คุณพักอยู่ด้วยอาจมีบางอย่างไม่เหมือนกับครอบครัวที่เพื่อนของคุณพักอยู่ก็ได้
อาหารและมื้ออาหาร คนนิวซีแลนด์รับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ อาหารเช้า ( 07.00 - 09.00 น. ) อาหารกลางวัน ( 12.00 - 14.00 ) และอาหารเย็น ซึ่งคนนิวซีแลนด์มักเรียกว่า Tea ( 18.00 - 20.00 ) ปกติอาหารเช้าจะเป็นซีเรียลกับนม และขนมปังปิ้งทาเนย - แยม อาหารกลางวันจะเป็นแซนวิชและผลไม้ และอาหารเย็นเป็นอาหารมื้อหลัก มักเป็นเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ บางครอบครัวมีของหวานหลังมื้อเย็นด้วย
บางครั้งชาวต่างชาติจะสับสนกับคำว่า Tea ซึ่งมีความหมายว่าอาหารเย็น หรือน้ำชาก็ได้ ถ้ามีใครถามคุณถึง Tea ในตอนเย็น เขาอาจหมายถึงอาหารเย็น ถ้าเป็นตอนเช้าหรือบ่าย เขาอาจหมายถึง น้ำชาและขนม หรือ Cake ซึ่งอาจทำให้คุณสับสน ถ้าไม่แน่ใจโปรดถาม ในตอนแรกคุณอาจรู้สึกว่า อาหารชาวนิวซีแลนด์แปลก น่าเบื่อ และไม่มีรสชาติ ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจึงจะคุ้นเคย
ครอบครัวนิวซีแลนด์มักกินอาหารร่วมกัน คุณควรเริ่มกินพร้อม ๆ ครอบครัว และเวลาอิ่มต้องอิ่มพร้อมกันหรือ รอจนทุกคนอิ่มจึงลุกจากโต๊ะ การชมฝีมือผู้ปรุงอาหารจะทำให้เขามีความรู้สึกที่ดี หากไม่มากินอาหารมื้อใด ต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมงเสมอ
เมื่ออยู่ในโต๊ะอาหาร อย่าเอื้อมมือหยิบของข้ามหน้าคนอื่นเด็ดขาด ควรขอให้คนที่อยู่ใกล้ช่วยส่งเกลือ สลัด ซอส อาหารหรือของใช้อื่น ๆ บนโต๊ะอาหารให้คุณ เช่นพูดว่า "Pass the salt please" เพราะนอกจากจะเป็นมารยาทที่ดีบนโต๊ะอาหารแล้ว ยังเป็นการสร้างสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ละเป็นการดีที่คุณจะช่วยส่งของต่าง ๆ ให้คนอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตากินโดยไม่สนใจใคร
หากมีอาหารชนิดใดที่คุณไม่รู้จักขอให้ถาม แต่อย่าจับต้องเพราะคนที่นั่นถือเป็นมารยาทที่ไม่ดีอย่างยิ่ง ถ้าจับต้องอาหารแล้ววางกลับคืนโดยไม่คิดจะรับประทาน คนนิวซีแลนด์กินอาหารไม่มีเสียง การกินอาหารมีเสียง เช่น การซดน้ำแกงหรือเส้นก๋วยเตี๋ยวดัง ๆ ถือเป็นมารยาทที่แย่มาก พอ ๆ กับการเรอในโต๊ะอาหาร
การบอกปฏิเสธอาหารที่ไม่ชอบว่า No, thank you. นั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่อย่าลืมทดลองอาหารใหม่ ๆ เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในนิวซีแลนด์ ควรพยายามกินอาหารที่แม่บ้านเตรียมให้ คุณอาจไปช่วยซื้อของที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ตและถือโอกาสบอกว่าคุณชอบอาหารประเภทใด
ครอบครัวใหม่จะรู้สึกดีต่อคุณ ถ้าช่วยจัดโต๊ะอาหาร เสริพอาหารให้คนอื่น เก็บโต๊ะอาหาร ผลัดเวรล้างและเช็ดจานชาม หาโอกาสทำอาหารบ้างเพื่อให้เขาเห็นวิธีปรุงอาหารที่แตกต่างออกไป
- ถามครอบครัวดูว่ามีอาหารอะไรที่คุณสามารถกินระหว่างมื้อ อย่าหยิบอะไรกินโดยไม่ถาม
- ครอบครัวแต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกัน บางครอบครัวจะเป็นผู้ทำอาหารเช้า, กลางวัน, ซักผ้าให้ ในขณะที่บางครอบครัวจะอนุญาตให้คุณทำอาหารเช้าและอาหารกลางวันเอง โดยบอกให้ทราบว่าเครื่องปรุงต่าง ๆ อยู่ที่ใด เช่นเดียวกับการซักผ้า บางครอบครัวจะสอนวิธีซักผ้าให้ และอนุญาตให้คุณซักผ้าเอง
สำหรับอาหารมื้อเย็นครอบครัวจะทำให้รับประทาน
การใช้ห้องน้ำ
- ห้องน้ำมักมีคนใช้มากในตอนเช้า จึงต้องใช้เวลาในห้องน้ำให้สั้นที่สุด คือประมาณ 5 - 10 นาที
- เตรียมของใช้ส่วนตัวเองทั้งหมด ( เช่น แชมพู สบู่ ยาสีฟัน )
- ถามแม่บ้านดูว่าคุณควรใช้ห้องอาบน้ำเวลาใด เช้าหรือเย็นจึงจะดีที่สุด และถามด้วยว่าควรแขวนผ้าเช็ดตัวเปียกที่ไหน
- ดึงม่านอาบน้ำให้มิดชิดเพื่อกันน้ำไม่กระเซ็นเลอะเทอะ
- ปูผ้าเช็ดเท้าบนพื้นก่อนอาบน้ำและตากไว้อย่างเดิม เมื่อเสร็จพื้นห้องน้ำต้องแห้งหลังคุณใช้แล้ว
- พยายามอย่าใช้น้ำร้อนมาก บ้านในนิวซีแลนด์มีแทงค์น้ำร้อนขนาดพอดีสำหรับคนในบ้าน ถ้าน้ำร้อน หมดแทงค์ต้องรอจนถึงพรุ่งนี้จึงจะมีน้ำร้อนใหม่
การใช้ห้องส้วม
- ผู้ชาย ต้องยกที่รองนั่งโถส้วมขึ้นก่อนปัสสาวะเสมอ
- ผู้หญิง การทิ้งผ้าอนามัยลงในโถส้วมทำให้โถส้วมอุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ สอบถามดูว่าควรทิ้งผ้าอนามัยที่ไหน กระดาษชำระต้องทิ้งลงโถส้วมและกดชักโครก เพราะเป็นกระดาษชนิดย่อยสลายได้เมื่อถูกน้ำ
การซักรีด
แม่บ้านจะเป็นผู้ซักเสื้อผ้าให้ อย่าลืมถามว่าควรเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไว้ที่ไหน ส่วนชุดชั้นใน แม่บ้าน ก็เต็มใจซักให้โดยซักของทั้งชายและหญิงรวมกัน คุณอาจเลือกซักเฉพาะของคุณก็ได้ โดยขอให้แม่บ้านช่วยบอกวิธีใช้เครื่องซักผ้า และอบผ้า ถ้าซักผ้าด้วยมือ ถามว่า ซักและตากที่ไหนผ้าเปียกต้องตากนอกบ้านเสมอ อย่าแอบแขวนผ้าเปียกไว้ในห้อง หรือตู้เสื้อผ้าเป็นอันขาด เพราะความชื้นทำให้พรมและเฟอร์นิเจอร์เสียหาย ที่สำคัญอย่าตากผ้าเปียกไว้ใกล้ หรือ วางบนเครื่องทำความร้อน เพราะอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้
ห้องนอน
บางครั้งคุณอาจต้องการเวลาเงียบ ๆ ในห้องนอน แต่อย่าใช้เวลาทั้งหมดขลุกอยู่ในห้องคนเดียว พยายามพูดคุยกับคนในครอบครัวเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ จะพบว่ามีอะไรหลายอย่างที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกคนได้ ความเหงาและความคิดถึงบ้านจะลดน้อยลง ภาษาจะพัฒนาขึ้น คนในครอบครัวก็จะรู้สึกดีและเป็นกันเองกับคุณอย่างรวดเร็วด้วย
โดยปกติคนนิวซีแลนด์จะอยู่ในห้องนอนเมื่อต้องนอน หรือเปลี่ยนเสื้อผ้าเท่านั้น ถ้าคุณทำการบ้านหรือดูหนังสือในห้องนาน ๆ ควรบอกให้คนในบ้านทราบ มิฉะนั้น เขาอาจคิดว่าคุณไม่สบาย หรือไม่สบายใจ
ชาวนิวซีแลนด์จะแทรกตัวนอนอยู่ระหว่างผ้าปูที่นอน และผ้ารองผ้าห่มเพื่อไม่ให้ที่นอนและผ้าห่มสกปรก ผ้าทั้งสองชิ้นนี้ซักอาทิตย์ละครั้ง อย่าลืมถามว่าปูที่นอนตามแบบนิวซีแลนด์ทำอย่างไร ( ถามทุกครั้งที่สงสัย การนิ่งเฉยและทำอะไรผิดบ่อย ๆ นั้น น่ารำคาญ ยิ่งกว่านั้น การถาม ยังเป็นการเริ่มสนทนาที่ดีด้วย ทุกคนคาดหวังให้คุณถามอยู่แล้วเพราะคุณเป็นคนใหม่ของครอบครัว )
ควรดึงม่านหน้าต่างขึ้นเพื่อให้แสงอาทิตย์และอากาศบริสุทธ์ไหลเวียนผ่านห้องนอนเวลากลางวันและอย่าลืม ทำความสะอาด และเก็บของในห้องนอนให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ
คนนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่เข้านอนเวลาสี่ทุ่ม และก่อนเข้านอนทุกคนต้องกล่าวราตรีสวัสดิ์ "Good night" ต่อกันและทักทายเมื่อพบกันครั้งแรกในตอนเช้าว่า "Good morning" อย่าลืมทำเหมือนคนอื่น ๆ ในครอบครัว
บางบ้านประตูห้องนอนและห้องน้ำไม่มีกลอน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ มีข้อสังเกตุคือ ถ้าประตูแง้มไว้ แสดงว่าไม่มีคนอยู่ ถ้าประตูปิดให้เคาะแล้วรอสักครู่ ในกรณีห้องน้ำถ้ามีเสียงตอบออกมาให้พูดว่า "Sorry" แต่ถ้าไม่มีเสียงตอบให้เคาะอีกครั้งเพื่อความแน่ใจแล้วเปิดเข้าไปได้ ถ้าตัวคุณเองกำลังใช้ห้องน้ำหรือห้องส้วม แล้วมีคนมาเคาะประตูให้พูดดัง ๆ ว่า "I am in here" แล้วรีบทำธุระให้เสร็จ
อย่ากังวลถ้าคนในบ้านเดินเข้ามาในห้องนอน โดยไม่ได้เคาะประตู เพราะเขาคิดว่าคุณไม่ใช่คนอื่น
อย่าลืมปิด Heather ทุกครั้งที่ไม่ได้อยู่ในห้อง และควรช่วย Homestay ประหยัดไฟฟ้าโดยไม่เปิดพร่ำเพรื่อ และปิดไฟทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้
การออกนอกบ้านกับครอบครัว
เมื่อครอบครัวออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือไปเยี่ยมเยียนพี่น้องเพื่อนฝูงเป็นโอกาสที่คุณจะได้เปิดหูเปิดตา ดูบ้านเมือง พบเพื่อนใหม่และที่สำคัญ มีโอกาสฝึกฝนภาษาอังกฤษ พร้อม ๆ กับเรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีและนิสัยใจคอของคนนิวซีแลนด์ ( ถ้าครอบครัวชวนคุณ แสดงว่าเขายินดี และคาดหวังให้คุณมีส่วนร่วมกิจกรรมนั้น ๆ กับเขา อย่าถือโอกาสนี้ปลีกตัว อยู่บ้านคนเดียว การปฏิเสธการมีส่วนร่วมกับครอบครัวบ่อย ๆ ไม่นานคุณจะรู้สึกอึดอัดและไม่มีความสุขยิ่งกว่าการปรับตัวให้เข้ากับทุก ๆ คนในตอนแรก )
ถ้าครอบครัวพาไปในที่ที่มีค่าใช้จ่าย เช่น ไปดูหนัง ไปสวนสนุก คุณควรออกเงิน ค่าใช้จ่าย ส่วนตัวของคุณเอง
สัตว์เลี้ยง
ครอบครัวนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่มีสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน สัตว์พวกนี้มักนอนบนเก้าอี้หรือเตียง คุณปิดห้องไว้ได้ถ้าไม่อยากให้มันเข้าไปยุ่ง
ความขัดแย้งในครอบครัว
คนนิวซีแลนด์โต้เถียงกันเมื่อไม่เห็นด้วย การแสดงอารมณ์โกรธเวลาโมโหถือเป็นปกติ วัยรุ่นก็มักโต้เถียงพ่อแม่อย่างรุนแรงไม่ต้องกังวลหรือเห็นเป็นเรื่องใหญ่
ความแตกต่างทางวัฒนธรรม
การแสดงความรักในที่สาธารณะและในบ้านเป็นสิ่งที่คนนิวซีแลนด์ปฏิบัติเป็นประจำ และการประสานสายตาระหว่างเวลาพูดคุยนับเป็นมารยาทที่ดี การพูดโดยไม่มองหน้าถือว่าไม่สุภาพ จึงควรพยายามสบตาเมื่อพูดกับใคร
การใส่ชุดชั้นในเดินในบ้าน หรือเปิดประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกัน
ผู้หญิงมีสิทธิเสมอภาคเท่าผู้ชาย และผู้ชายให้เกียรติผู้หญิง เช่น ให้ผู้หญิงเข้าประตูก่อน ถ้าคุณเป็นผู้ชายอย่าลืมสังเกตุและแสดงกิริยาสุภาพ เหมือนชายนิวซีแลนด์
"Thank you" และ "Please" เป็นคำที่ต้องใช้ให้ติดปาก เพราะเป็นคำที่แสดงให้ถึงมารยาทที่ดีและถ้าทำอะไรผิดก็ควรกล่าว "I am sorry" และควรอธิบายให้คนเข้าใจด้วยว่าคุณไม่ได้ตั้งใจเพื่อไม่ให้คนอื่นไม่เข้าใจคุณผิด ๆ และอย่าลืม มองหน้าผู้ที่คุณกำลังพูดด้วยทั้งนี้ เพื่อแสดงความมีมารยาทและความจริงใจไปพร้อม ๆ กัน
การทำให้ร่างกายอบอุ่น
อากาศในนิวซีแลนด์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและหนาวเย็นกว่าเมืองไทยมาก คนนิวซีแลนด์นิยมใส่เสื้อให้อุ่นมากกว่าเปิดเครื่องทำความร้อน ถ้ารู้สึกหนาวต้องหาซื้อ เสื้อยืดที่ทำด้วย Wool ใส่ข้างในก่อนใส่เสื้อและกางเกง ให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนนักเรียนช่วยพาไปซื้อได้ อย่าลืมทำตัวให้อุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะ ที่หน้าอก มิฉะนั้น อาจล้มป่วยเพราะร่างกายยังไม่เคยชิน ไม่ต้องอายที่จะใส่เสื้อผ้ามากกว่าคนอื่น ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณไม่ใช่ คนท้องถิ่น
บางครอบครัวใช้ผ้าห่มไฟฟ้าทำให้เตียงอุ่นก่อนนอน อย่านอนโดยเปิดผ้าห่มไฟฟ้าไว้ เพราะอาจเกิดไฟไหม้และไฟฟ้ารั่วดูดเอาได้ ตรวจดูให้แน่ใจก่อนนอนว่าปิดสวิทซ์แล้ว การนอนโดยเปิดผ้าห่มไฟฟ้าไว้ตลอดคืนยังทำให้มีผลเสียกับ สุขภาพด้วย เพราะร่างกายจะเสียน้ำมากจะทำให้อ่อนแอและเจ็บป่วยง่าย
ความหนาวอาจทำให้เกิดแผลที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า ( Chilbains ) มีอาการคัน แดง และบวม การทำให้หน้าอกอบอุ่นและใส่ถุงมือถุงเท้า Wool จะช่วยให้ดีขึ้น คุณอาจปรึกษาร้านขายยาเพื่อหาน้ำมันบรรเทาอาการคันและพองได้
อาการท้องผูก
ถ้าท้องผูกให้ดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานผลไม้และอาหารที่มีกาก โดยเฉพาะลูกพรุนจะช่วยได้มากหรือซื้อยาระบายที่ร้านขายยามารับประทานก็ได้
การสูบบุหรี่
ต้องไม่สูบในบ้าน หรือห้องนอนเป็นอันขาด แม้จะเปิดหน้าต่างไว้ก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้น เพราะอากาศเมืองหนาวไม่ถ่ายเทอย่างเมืองร้อน จึงต้องสูบนอกบ้านเสมอและอย่าทิ้งก้นบุหรี่ไม่เป็นที่ หรือทิ้งบนสนามหญ้า หรือพื้นดินนอกบ้าน ควรถามว่าควรทิ้งที่ไหน และถ้าใช้ที่เขี่ยบุหรี่ ต้องทำความสะอาดหลังใช้ทุกครั้ง
การใช้โทรศัพท์
ตกลงกับครอบครัวว่าคุณควรใช้โทรศัพท์เวลาไหน อย่าโทรศัพท์นานเกิน 10 นาที และอย่าคุยเสียงดัง จนรบกวนคนอื่น คนนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่ไม่ใช้โทรศัพท์หลังสามทุ่ม จึงไม่ควรให้ใครโทรมาหาตอนดึก
ถ้าโทรมาเมืองไทยคุณต้องจ่ายค่าโทรเอง และต้องจ่ายทันทีทุกครั้งที่เรียกเก็บ โทรหลังสี่ทุ่มราคาจะถูกลง และที่สะดวกและถูกสุดคือใช้ Phone card ซึ่งใช้ได้กับโทรศัพท์บ้านด้วย คุณอาจหมุนผ่านโอเปอเรเตอร์ในเมืองไทย กรณีนี้ทางเมืองไทยจะเป็นผู้จ่ายค่าโทร หมายเลขโอเปอเรเตอร์ คือ 000966 เมื่อโอเปอเรเตอร์รับสายแล้วจึงบอกหมายเลขที่ต้องการโทร
แขกของคุณ
ถ้าต้องการให้เพื่อนมาค้างที่บ้านสุดสัปดาห์ ต้องขออนุญาตครอบครัวก่อน ควรถามว่า " Can I invite my friend ( name ) over for the night / to watch T.V. หรือ Video, ect
?" และถามว่า "What time suits you for me to have a visitor ?" เมื่อแขกมาควรแนะนำให้รู้จักกับครอบครัวและคุยกันเป็นภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยเฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าครอบครัว การคุยภาษาไทยต่อหน้าคนที่ไม่เข้าใจภาษาไทย ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง
การสื่อความหมาย
ควรเรียกทุกคนด้วยชื่อ คนไทยให้เกียรติผู้ใหญ่โดยเรียกนับญาติ แต่คนนิวซีแลนด์รู้สึกเขิน ถ้าคุณเรียกเขาว่า "Aunty" หรือ "Uncle" ผู้ใหญ่ในนิวซีแลนด์จะพอใจที่ถูกเรียกชื่อตัว เช่น Homestay mother, ชื่อ Ann นามสกุล Brown คุณควรเรียกเขาว่า Ann
ถ้าไม่เข้าใจในสิ่งใดให้ถาม อย่านิ่งเงียบ การถามไม่ใช่เรื่องต้องเกรงใจ ไม่รู้ต้องถามเพื่อให้รู้และเป็นการสร้างสัมพันธ์กับทุกคนด้วย คุณมักคิดว่าไม่รู้ว่าจะคุยอะไรดี ไม่มีเรื่องคุย การถามเป็นการเริ่มสนทนาที่ดี ทุกคนจะรู้สึกมีความสำคัญที่ได้มีโอกาสอธิบายบางสิ่งบางอย่างให้คุณฟัง การเงียบทำให้ทุกคนอึดอัด รวมทั้งตัวคุณด้วย
เมื่อรู้สึกข้องใจในสิ่งใด อย่าเก็บความคับข้องใจ หรือขุ่นเคืองไว้เป็นอันขาด ไม่มีใครรู้ความรู้สึกคุณได้ถ้าคุณไม่พูด เขาจะแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ คุณต้องกล้าและพร้อมเสมอที่จะบอก ที่จะอธิบายให้ทุกคนรู้ถึง ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและสิ่งที่คุณไม่ชอบ และนี่เป็นหัวข้อในการพูดคุยที่ดีอีกเหมือนกัน ถ้าคุณทำเช่นนี้ ทุกคนจะ รู้จักคุณดีขึ้นและสบายใจที่จะคบหาสมาคมกับคุณเพราะคุณเป็นคนเปิดเผย คบง่าย การนิ่งเฉยทั้งที่ไม่พอใจไม่ทำอะไรดีขึ้นเลย คุณอาจคิดว่ามันเป็นมารยาทที่ดีของคนไทย แต่ความจริงมันเป็นตัวก่อปัญหา และขวางกั้นระหว่างคุณกับผู้คนในสังคมใหม่ไม่เปิดโอกาสให้เขาและคุณเรียนรู้ความคิดและวัฒนธรรมของกันและกัน
ถ้ามีปัญหาใน Homestay ให้บอกกับครูผู้ดูแลนักเรียนต่างชาติ อย่าเก็บปัญหาไว้ เพราะไม่มีใครช่วยแก้ปัญหา ได้ถ้าเขาไม่รู้ ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นปัญหาลุกลามใหญ่โต หากคุณไม่แก้ ตั้งแต่เริ่มเกิดปัญหา การเปลี่ยน Homestay ทำได้เสมอ แต่อย่าลืมว่า คุณต้องให้เวลาทั้งตัวคุณและครอบครัวใหม่ในการปรับตัวเข้าหากันสักระยะหนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินว่าเข้ากันไม่ได้
ถ้ามีสำนวนใด ศัพท์ใด หรือประโยคใดที่ไม่เข้าใจให้ถามทันที เพราะนี่เป็นวิธีเรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด มีหลายประโยคที่เป็นคำพูดเฉพาะของคนนิวซีแลนด์ เช่น "How's it going" เป็นการทักทายว่า "สบายดีหรือ" ประโยค "She'll be right mate." มีความหมายว่า "That will be OK." ซึ่งคล้ายกับว่า "ไม่เป็นไร" ของเรา
การบอกเวลาจะใช้เหมือนชาวอังกฤษ Quarter to four หมายถึง 3.45 am./ pm. ส่วน Quarter past four หมายถึง 4.15 am./ pm. ระวังคำว่า to กับ past ให้ดีถามให้แน่ใจมิฉะนั้นคุณอาจผิดเวลา คนนิวซีแลนด์ไม่นับวันด้วยระบบเดือน เช่น เดือน หรือ ครึ่งเดือน แต่จะบอกเป็นสัปดาห์ เช่น 4 weeks หรือ 2 weeks
การโดยสารรถประจำทาง
รถประจำทางจะมาเป็นเวลา จึงต้องไปให้ทัน ชำระเงินทันทีเมื่อขึ้นรถ ถ้าต้องขึ้นรถเป็นประจำควรซื้อตั๋วเดือน เพราะจะถูกลง ถามคนในครอบครัว ครู หรือคนขับรถ ดูว่าจะซื้อ Monthly Pass ได้ที่ไหน และถ้าไม่แน่ใจว่าจะต้องลงป้ายไหน ให้ถามคนขับหรือเพื่อนร่วมโดยสารรถคันนั้นได้ อย่าเผลอหลับในรถเพราะอาจนั่งเลยป้าย
การขี่จักรยาน
ทุกคนต้องสวมหมวกกันน้อคเมื่อขี่จักรยาน นี่เป็นกฎหมาย และห้ามขี่จักรยานบนทางเท้า
เหตุฉุกเฉิน
เมื่อมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องการเรียกตำรวจ ดับเพลิงหรือรถพยาบาล ให้โทร 111 (โทรฟรี) คนนิวซีแลนด์จะเรียกรถพยาบาลเมื่อมีอุบัติเหตุ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น หัวใจวาย การบริการในเหตุฉุกเฉินเหล่านี้เป็นบริการชุมชนที่ไม่คิดค่าบริการเพียงหมุนหมายเลข 111 แล้วบอกโอเปอเรเตอร์ว่าคุณต้องการบริการอะไร เช่น Police, Fire, Ambulance พร้อมบอกชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์
ของมีค่าและเงิน
ระมัดระวังเรื่องเงินและของมีค่าหาย พกเงินติดตัว เมื่อจำเป็นต้องใช้เท่านั้น ดูแลของมีค่าให้ดี คนนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่ดังกล่าวแล้วว่าคนร้ายมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เพื่อความปลอดภัย อย่าใส่ของมีค่าติดตัวและอย่าให้ เพื่อนยืมเงิน โดยเฉพาะถ้าเป็นจำนวนมาก ๆ
การใช้บัตรธนาคารที่เรียก Bank card หรือ Cash card ช่วยให้ไม่ต้องเก็บเงินจำนวนมากไว้กับตัว ธนาคารส่วนใหญ่เปิดเวลา 09.30 - 16.30 น. วันจันทร์ - วันศุกร์ ในบางเมืองธนาคาร Trust Bank จะเปิดเช้าวันเสาร์ด้วย
การส่งอาหารจากเมืองไทย
ทางบ้านไม่ควรส่งอาหารไปให้เพราะจะถูกยึดตอนผ่านเข้านิวซีแลนด์
การชำระค่า Homestay
ต้องชำระเงินตรงเวลา และถ้าไม่พักที่ Homestay นั้นต่อไป ต้องบอกล่วงหน้า 2 สัปดาห์ เสมอ มิฉะนั้น ต้องจ่ายค่าที่พักชดเชยให้เจ้าของบ้าน 2 สัปดาห์ ตามปกติค่าที่พักงวดแรกจะขอคืนไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใด เพราะครอบครัวต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย ต้องปรับชีวิต ความเป็นอยู่สำหรับสมาชิกใหม่
ถ้าคุณไม่อยู่บ้านในระยะเวลาหนึ่ง เช่น ไปพักผ่อนตอนหยุดเทอม ไปฝีกงาน และต้องการมาพักที่ครอบครัวเดิม คุณต้องบอกครอบครัวให้เข้าใจ มิฉะนั้น เขาอาจรับนักเรียนคนใหม่บางครอบครัวอาจต้องการเงินค่ารักษาสิทธิ ( Retention) ที่จะเก็บที่พักไว้ให้คุณ ค่ารักษาสิทธิดังกล่าวไม่ควรเกินสัปดาห์ละ 40 - 60 เหรียญ
การประกันสุขภาพ
นักเรียนต่างชาติทุกคนต้องทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ คุณทำประกันสุขภาพเมื่อไปถึงโรงเรียนได้ หรือเลือกให้ศูนย์ฯ ทำประกันก่อนเดินทางจากเมืองไทยก็ได้ ซึ่งมีการทำที่ไหนก็เป็นบริษัทเดียวกัน แต่การทำประกันจากเมืองไทยมีข้อดี ที่สะดวก ค่าเบี้ยประกันถูกกว่า และที่สำคัญความรับผิดชอบของบริษัทประกันจะเริ่มตั้งแต่ออกเดินทางจากเมืองไทย
ข้อมูลต่าง ๆ ข้างต้นเป็นเพียงคำแนะนำทั่ว ๆ ไป อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ คุณต้องพิจารณานำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานะการณ์และสิ่งแวดล้อม และอย่าลืมว่าการถาม ยังเป็นยาวิเศษที่สุดสำหรับการปรับตัวเข้าหาทุกคนแม้รู้อยู่แล้วก็ถามได้เพื่อความแน่ใจว่ายังไม่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนั้น ความรู้ที่เตรียมไปจะช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่เขาจะอธิบายให้คุณฟังง่ายขึ้น และคุณก็อาจบอกเขาถึงสิ่งที่เตรียมศึกษามาเพื่อเป็นการแสดงว่าคุณสนใจวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของพวกเขา
ไม่มีที่ไหนที่จะเป็นสถานที่เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความคิดเห็น ความเป็นอยู่ รสชาติอาหารตลอดจนพัฒนาภาษาอังกฤษได้ดีเท่ากับครอบครัว Homestay ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ได้รับนักเรียน / นักศึกษาเพื่อเงินแต่มีความสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนที่มาจากวัฒนธรรมที่แตกต่าง เขายอมรับว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขาเองก็ต้องปรับตัวและเสียสละบางอย่างเพื่อคุณ คุณต้องตระหนักในเรื่องนี้และพยายามเรียนรู้และยอมรับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมใหม่ พยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว
เตรียมตัวเล่าสิ่งต่าง ๆ ที่คุณทำที่บ้าน ติดรูปของพ่อแม่ พี่น้องของคุณไปด้วย เล่าเรื่องตัวคุณเอง ครอบครัวที่เมืองไทย และความแตกต่างของความเป็นอยู่ระหว่างเรากับเขาอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย สิ่งเหล่านี้ล้วนน่าสนใจและช่วยให้เขาเข้าใจและรู้จักคุณดีขึ้น อย่าลืมว่าภาษาไม่ใช่อุปสรรคและการพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งไม่ใช่เรื่องน่าอายสำหรับเขาเลย ไม่มีใครคิดว่าคุณต้องพูดภาษาของเขาได้ดี
โปรดเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของคุณ คุณทำได้แน่ ถ้าคุณอดทน พยายามและไม่ท้อถอย ลงมือ ทำตั้งแต่วินาทีแรกที่ไปถึง ช่วงสามเดือนแรก เป็นช่วงที่ลำบากที่สุด เพราะสภาพจิตใจของคุณก็ยังไม่ดี คิดถึงบ้านมาก และทั้งครอบครัว ต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่เมื่อผ่านช่วงนี้ไปแล้วคุณกับครอบครัวจะเข้าใจกันได้ทุกเรื่อง เมื่อนั้น คุณจะมีความสุขและเมื่อคุณเสร็จสิ้นการศึกษากลับมาประเทศไทย คุณจะพบว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิตคุณ คุณได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายและสิ่งเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อการดำเนินชีวิตของคุณตลอดไป
|