Scholar Guide
Home
Services
University Programmes
Secondary Programmes
English Language & Short Course
Summer Course
Scholarship
Student Experiences & FAQs.
NZ Education Link
Discover New Zealand
Contact Us & Site Map
Pure New Zealand

>> Students Experiences & FAQ

Students Experince & FAQ
เอกสารที่นักเรียน-นักศึกษาเตรียม
การชำระเงินค่าเรียน - ค่าที่พัก - ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนักเรียน
การเตรียมวีซ่า นร.
การเตรียมของใช้และเสื้อผ้า (เรียนภาษาอังกฤษ)
การเตรียมของใช้และเสื้อผ้า (นักเรียนมัธยมศึกษา)
Culture Shock
Students Experince & FAQ

ความคิดเห็นของนักเรียน และ ผู้ปกครอง

ผมคิดว่าถ้าผมจะเลือกมาเรียนต่างประเทศ คงมีจะไม่กี่เหตุผลสำคัญๆ ที่จะเป็นตัวตัดสินใจ เช่น มาตรฐานการศึกษาที่ดี ความเจริญก้าวหน้าของประเทศ สิ่งแวดล้อมที่สวยงามและปลอดภัย ซึ่งเหตุผลที่กล่าวมาแล้วนั้นล้วนอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ทั้งสิ้น ผมจึงตัดสินใจเดินทางมาเรียนที่นี่และเป็นการตัดสินใจที่ผมไม่เคยเสียใจ ผมเริ่มด้วยการเรียนภาษาอังกฤษ จากนั้นก็เข้าเรียนปริญญาตรีด้าน computing system ที่ EIT ผมเริ่มจากไม่มีพื้นฐานของ computer เลย ผมใช้เวลา 3 ปี ศึกษาเรียนรู้จาก EIT จนผมสามารถเรียกตัวเองได้ว่าเป็น programmer ที่มีความสามารถที่ดีคนหนึ่ง ตอนนี้ผมจบการศึกษาแล้ว และผมตัดสินใจที่จะทำงานที่นี่ ผมทำงานเป็น programmer ให้กับ Universal software การทำงานที่นี่เป็นอีกก้าวหนึ่งที่ผมภูมิใจ ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆมากมาย ผมคิดว่าการตัดสินใจของผมเป็นสิ่งที่ดีสุด ทำให้ผมมีวันนี้ได้

ผมขอขอบคุณ สกอลาร์ ไกด์ ที่แนะนำให้ผม มาเรียนที่นิวซีแลนด์ และดูแลตั้งแต่เริ่มต้นจนจบการศึกษา

คุณถาวร อุตมะวณิชย์
Bachelor of Computing Systems จาก EIT

ปีนี้ก็เหลืออีกไม่นาน ดาวก็จะจบแล้ว พอดีว่านั่งทำงานไปก็คิดถึงเมื่อปีแรก ตอนแรกที่ถึงที่นี่ ดาวอยากกลับเลย เพราะที่เรียนไม่ถูกใจ (บรรยากาศที่ Wellington มันแตกต่างอย่างมาก จาก Christchurch) ตอนนี้มานึกกราบขอบพระคุณน้าเป้า เพราะว่าถ้าไม่ได้น้าเป้าติดต่อหาที่เรียนให้ ถ้าไม่ได้ที่ Whitireia ให้โอกาสดาวเรียนก็คงไม่เป็นโล้เป็นพายอะไรเหมือนเดิม

ถ้าดาวเข้ามหาวิทยาลัยไปโดยตรง ก็ไม่แน่ว่าจะจบหรือเปล่า เพราะว่าคงไม่มีโอกาสได้เจออาจารย์ หรือเจอ manager อย่างที่นี่ค่ะ เพราะที่นี่ สังคมเล็ก นักเรียนเข้าถึงครูง่ายกว่ามหาวิทยาลัย ดาวได้รับความช่วยเหลือจากครูบาอาจารย์เยอะค่ะ

ดาวได้รับจดหมายตอบรับจาก Victoria University of Wellington แล้วนะคะ สำหรับการเรียนปีหน้า ตอนนี้ดาวอยากจะกลับไปกราบขอบพระคุณน้าเป้าด้วยตัวเองจริงๆค่ะ เมื่อใกล้มาถึงปลายทาง ดาวก็ต้องกราบขอบพระคุณ ผู้ชี้ทางสว่างให้ตั้งแต่ก่อนมาเรียน ดาวโชคดีมากที่คุณแม่พาดาวไปเจอน้าเป้า ดาวคิดถึง คำพูดที่น้าเป้าพูดให้กำลังใจดาวก่อนมามากๆ ค่ะ

ดาว
คุณพนิดา รพิพันธุ์
นักศึกษา Diploma of Teaching
Whitireia Communication Polytechnic, Wellington

สวัสดีค่ะ
หนูพิมานมาศนะคะ หนูอยู่ทางนิวซีแลนด์สบายดีค่ะ ต้องขอขอบคุณพี่ๆ มากนะคะ ชาวกีวีส่วนใหญ่ นิสัยดีค่ะ เหมาะแก่การเรียนรู้ภาษา บางที่หนูพูดไม่รู้เรื่อง เขาก็พยายามเข้าใจเรา พยายามพูดกับเราให้เข้าใจตรงกันในการส่งลูกหลานมาเรียนตอนวัยรุ่น หนูคิดว่าเด็กหลายคนยังไม่รู้ว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ไดมาเรียน เพราะสำหรับหนู การมาเรียนเมืองนอกเหมือนมาพักร้อนนะค่ะ พอพี่สาวเขียนจดหมายเกี่ยวกับเรื่องงานมา เราเลยรู้ว่าตัวเราโชคดีแค่ไหน ที่ได้มาเรียนที่นี่ ตอนแรกๆเหงาเพราะมันไม่วุ่นวายเหมือนกรุงเทพ แต่ตอนนี้เริ่มชอบแล้วค่ะ เพราะมันสงบ ทำให้มีสติขึ้น

บางทีหนูอาจจะต่อหลักสูตรภาษาอังกฤษ เพื่อเรียนปริญญาโท หนูคงต้องขอคำแนะนำจาก สกอลาร์ ไกด์ ต่อ เพราะว่าศูนย์แนะแนว สกอลาร์ ไกด์ พูดตรงไปตรงมาดีค่ะ ให้ความกระจ่างได้ข้อมูลมาก จริงใจ ขอบคุณคุณพี่ทั้ง 3 มากค่ะ

พิมานมาศ
คุณพิมานมาศ ปิยะพิทักษ์วงศ์
นักศึกษาภาษาอังกฤษ University of Canterbury, Christchurch

เรียนคุณปวลี
พี่ได้รับเอกสารที่คุณส่งมาให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ต้องขอขอบคุณมากๆ ที่ให้คำแนะนำ ติดต่อโรงเรียนให้ลูกๆ และทำอื่นๆให้พี่

สำหรับเรื่องวีซ่าและตั๋วเครื่องบินนั้น พี่จัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ เหลือแต่การจัดกระเป๋า เตรียมของต่างๆ พร้อมเพื่อออกเดินทางไปในวันที่ 20 เมษายน นี้

พี่ดีใจที่มีโอกาสได้รู้จักคุณ ช่วยอำนวยความสะดวกในหลายสิ่งหลายอย่างให้พี่ นับว่าพี่โชคดีมาก ที่มาถูกทางโดยเริ่มต้นที่ ก.พ. ก่อน แล้ว ก.พ. ก็แนะนำให้มารู้จักคุณค่ะ (มีอีกหลายคนที่ไม่ทราบว่าจะทำ อย่างไร ในการที่จะส่งลูกไปเรียนเมืองนอก หรือวิ่งไปในที่ที่ทำให้ต้องเหนื่อยเปล่า และเสียเวลามากกว่าจะเข้าที่เข้าทาง)

เราคงมีโอกาสได้พบกันอีกนะคะ และหากมีเพื่อนคนใดสนใจที่จะส่งลูกไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ พี่แนะนำให้มาหาคุณนะคะ

พี่พิมพา
คุณพิมพา จุลละจาริตต์

ดิฉันรู้จักคุณปวลี หลังจากที่ลูกๆ ไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ เมื่อก่อนมีปัญหามากโดยเฉพาะเรื่องวิชาเลือกแต่หลังจากได้รับคำแนะนำที่มากประสบการณ์และความจริงใจ ทำให้ปัญหาต่างๆ หมดไป สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดคือความรู้ซึ้งถึงปัญหา เข้าใจความรู้สึกของพ่อ แม่ ให้คำปรึกษาไม่จำกัดเวลา ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ของเราอย่างแท้จริง

สามีและดิฉันขอขอบคุณเป็นอย่างสูง สำหรับคำแนะนำ ความตั้งใจจริงที่คุณปวลี มอบให้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราประทับใจมากๆ และความรู้สึกดีๆ ที่เรามีต่อคุณปวลีจะคงอยู่ตลอดไปค่ะ

ชาญย์ - เมตตา ธีรกรรัชช์

สวัสดีทุกๆคนค่ะ ตอนนี้ที่โรงเรียนบดินทรเดชาเปิดเทอมแล้วค่ะ มันทำให้เดียร์รู้สึกถึงความแตกต่างในหลายๆ ด้าน ระหว่างเมืองไทยกับนิวซีแลนด์ การไปเรียนเป็นเวลา 3 อาทิตย์ที่นิวซีแลนด์นี้ให้อะไรๆ กับเดียร์มากมายทั้งความอดทน การปรับตัวเข้ากับผู้อื่น การช่วยเหลือตนเอง แล้วยังได้สิ่งที่เป็นจุดประสงค์สำคัญของการไปศึกษาที่นิวซีแลนด์ครั้งนี้มาอีกอย่างหนึ่งคือ ด้านภาษา เดียร์ขอยอมรับว่าภาษาอังกฤษของเดียร์นี้ดีขึ้นมาก และเดียร์ก็ดูเหมือนจะกล้าพูด กล้าใช้ กล้าคุยกับเจ้าของภาษามากขึ้น

อย่างไรก็ตามเดียร์ต้องขอขอบคุณทีมงานของทาง สกอลาร์ ไกด์ ทุกคนเป็นอย่างมากที่ได้มีการเตรียมงาน ดูแลเดียร์เป็นอย่างดี โดยเฉพาะป้าปี๊ที่ให้การดูแล คำปรึกษา คำแนะนำในการปฏิบัติตัว การใช้ชีวิตในนิวซีแลนด์ที่มีประโยชน์มากๆ แก่เดียร์และคนอื่นๆ โดยทั่วไปในกลุ่มเป็นอย่างดี

"ขอขอบคุณ ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จากใจจริง"

เดียร์
คุณ ณัจคภัทร พงศ์พนรัตน์
นักเรียน ร.ร.บดินทรเดชา ที่เคยเดินทางไป Summer Course


Back
เอกสารที่นักเรียน - นักศึกษาต้องเตรียมให้ทางศูนย์ฯ เพื่อดำเนินการสมัคร

เรียนระดับมัธยมศึกษา รูปถ่าย 2" 2 ใบ ( สีขาวหรือดำ )
ผลการเรียนในชั้นสูงสุดที่จบ ( Transcript ) เป็นภาษาอังกฤษ
สำเนา Passport หรือสำเนาใบรับ Passport ( ผู้ที่เพิ่งทำใหม่ )
เรียนภาษาอังกฤษ รูปถ่าย 2" 2 ใบ ( สีขาวหรือดำ )
สำเนา Passport หรือสำเนาใบรับ Passport ( ผู้ที่เพิ่งทำใหม่ )
เรียนระดับอุดมศึกษา รูปถ่าย 2" 2 ใบ ( สีขาวหรือดำ )
ผลการเรียนชั้นสูงสุดที่จบ ( Transcript ) เป็นภาษาอังกฤษ
ผลการเรียนในชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัย ก็ใช้ได้
Resume ( ประวัติส่วนตัว ) ใช้ในกรณีสมัครปริญญาโทขึ้นไป
Birth Certificate ( ใบเกิด ) แปลเป็นภาษาอังกฤษ ใช้ในกรณีที่สมัครปริญญาโทขึ้นไป ( บางมหาวิทยาลัยต้องใช้ )
จ.ม. รับรองจากอาจารย์ หรือนายจ้าง อย่างน้อย 2 คน
เขียน Essay สั้น ๆ ประมาณครึ่งหน้ากระดาษให้เหตุผลว่าทำไมจึงอยากเรียนที่สถาบันนั้นๆ

ขั้นตอนการเดินเรื่อง
  1. หาข้อมูลการศึกษาในนิวซีแลนด์ เลือกสถานศึกษาและวางแผนการเรียนล่วงหน้า เป็นขั้นเป็นตอนตามลำดับก่อนหลัง
  2. จองตั๋วเครื่องบิน - (เริ่มจองตั้งแต่ตัดสินใจเลือกสถาบัน และกำหนดเวลาเริ่มเรียน ) จะจองเองหรือ ให้ศูนย์ฯจองให้ก็ได้ ตั๋วเครื่องบินไปนิวซีแลนด์ มักเต็มตลอดปี ต้องรีบจองเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้
  3. กรอกใบสมัครเรียน ( ทางศูนย์ ฯ จะกรอกให้ ) และให้รายละเอียดส่วนตัวเพื่อการจัดหา Homestay
  4. สถาบันตอบรับ และส่งรายละเอียดค่าใช้จ่ายมาให้ชำระเงิน
  5. ชำระเงินค่าเรียน - ค่าที่พักอาศัย โดยโอนเงินผ่านธนาคารไทยไปยังธนาคารของสถาบันโดยตรง
  6. Fax สำเนาการโอนชำระเงินให้ศูนย์ ฯ เพื่อแจ้งสถาบัน
  7. สถาบันส่งใบเสร็จรับเงินให้ ( ทาง Fax หรือทาง ป.ณ. )
  8. ศูนย์ส่งเอกสารขอ VISA ให้นักเรียน - นักศึกษา ทาง ป.ณ. ลงทะเบียน
  9. นักเรียน - นักศึกษา เตรียมเอกสารการขอ VISA ให้ครบและยื่นขอ VISA ที่สถานทูต NZ
  10. ติดต่อชำระค่าตั๋วโดยตรงกับบริษัทขายตั๋ว - ออกตั๋วเครื่องบิน
  11. ทางศูนย์ ฯ จะนัดกับสถาบันเรื่องการรับที่สนามบิน - หากนักเรียน - นักศึกษาจองตั๋วเองจากที่อื่น ให้ Fax รายละเอียดของ Flight ให้ศูนย์ทันที่ ที่ Confirm และไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว
  12. เตรียมจัดเสื้อผ้า ( ศูนย์ฯ มีคำแนะนำในการเตรียมเสื้อผ้าให้ )
  13. ทำประกันสุขภาพ + อุบัติเหตุ ( ศูนย์ฯ มีรายละเอียดและช่วยสมัครให้ เมื่อรู้วันเดินทางที่แน่นอน )
  14. กรณีผู้ปกครอง + ญาติต้องการเดินทางไปส่งด้วย และต้องการให้จองตั๋วเครื่องบิน และที่พักในนิวซีแลนด์ โปรด Fax สำเนา Passport ทุกคนและกำหนดวันเดินทางไป-กลับ
    ( ควรเดินทางไปถึงล่วงหน้าก่อนเปิดเรียน 1-2 วันก็พอ ผู้ปกครองควรกลับหลัง ร.ร.เปิด 1-2 วัน )

Back
การชำระเงินค่าเรียน - ค่าที่พัก - ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนักเรียน

 
ค่าเรียน นักเรียนมัธยม จ่ายเป็นปี (4 เทอม ) แต่ถ้าไม่ได้ไปตั้งแต่เทอม 1 สามารถจ่ายเฉพาะจำนวนเทอม ที่เรียนในปีนั้น เช่น 3 เทอม หรือ 2 เทอม

นักเรียนภาษาอังกฤษ จ่ายตามจำนวนสัปดาห์ที่ต้องการเรียน เช่น 12 หรือ 24 สัปดาห์

นักศึกษาระดับอุดมศึกษา จ่ายเป็น ปี หรือ Semester ( 1 ปีมี 2-3 Semester )
ค่าที่พัก นักเรียนมัธยม จ่ายเป็นปีหรือเป็นเทอม ( ประมาณ 12 อาทิตย์ ใน 1 เทอม ) ให้กับโรงเรียนเท่านั้น ไม่อนุญาติให้นักเรียนดูแลเงินส่วนตัวนี้เอง ถ้าอยู่ Homestay จ่ายครั้งละ 12 สัปดาห์ ถ้าอยู่หอโรงเรียนประจำ จ่ายเป็นเทอม

นักเรียนภาษาอังกฤษ จ่ายล่วงหน้า 4 สัปดาห์ก่อนผ่านสถาบันได้ ที่เหลือจ่ายเองโดยตรงกับ Homestay ทุก 1 หรือ 2 สัปดาห์ แล้วแต่ตกลงกัน กรณีไม่แน่ใจว่านักเรียนจะดูแลเงินส่วนนี้ได้ให้ผู้ปกครองจ่ายผ่านสถาบัน 12 หรือ 24 สัปดาห์ล่วงหน้า

นักศึกษาระดับอุดมศึกษา หากอยู่ Homestay เงื่อนไขเหมือน นักเรียน ภาษาอังกฤษหากอยู่หอพักของวิทยาลัย - มหาวิทยาลัย ต้องทำตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบันซึ่งเขาจะส่งเอกสารมาให้ดำเนินการ

ค่าเรียนและค่าทีพัก จะชำระโดยโอนจากธนาคารในเมืองไทย ธนาคารใดก็ได้ที่สะดวก แต่ต้องสอบถามว่าสาขาใดที่สามารถโอนเงินไปต่างประเทศได้ เข้าบัญชีของสถาบันโดยตรง ซึ่งทางสถาบันจะให้รายละเอียด ชื่อ บัญชี ชื่อธนาคาร และเบอร์บัญชี มาพร้อมกับเอกสารการตอบรับเข้าเรียน

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนักเรียน ( อาจรวมทั้งค่า Homestay ในกรณีที่ผู้ปกครองมั่นใจนักเรียนดูแลเองได้ )

นักเรียนมัธยม ควรให้ไม่เกิน 25 เหรียญต่ออาทิตย์ สูงสุดคือ 50 เหรียญ

นักเรียน ภาษาอังกฤษ และระดับอุดมศึกษา ควรให้ไม่เกิน 80 - 100 เหรียญต่ออาทิตย์ ถ้าอยู่เมืองเล็ก และควรให้ไม่เกิน 100 - 120 เหรียญต่ออาทิตย์ ถ้าอยู่ Auckland หรือ Christchurch

ในกรณีที่ผู้ปกครองขอให้โรงเรียนมัธยม เป็นผู้จ่ายเงินให้นักเรียนแทนตน ทางโรงเรียนจะแจ้งค่าใช้จ่ายส่วนตัว นักเรียนนี้มาพร้อมกับค่าเรียน และที่พัก ผู้ปกครองสามารถโอนชำระพร้อมกันหมดในคราวเดียว

ถ้าผู้ปกครองต้องการจ่าย Pocket money ให้นักเรียนโดยตรง วิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุดคือ เปิด บ/ช ออมทรัพย์ (ในชื่อของผู้ปกครอง ) ที่ธนาคารกรุงเทพ หรือธนาคารกสิกรไทย และทำบัตร ATM ที่สามารถกดเบิกเงินได้ในต่างประเทศ ให้นักเรียนถือบัตร ATM ไป ส่วนผู้ปกครอง ถือสมุดฝากไว้ ทุกเดือนผู้ปกครองนำเงินเข้า บ/ช ตามจำนวนที่ตกลงกับนักเรียน ภายใน 24 ช.ม.สามารถนำบัตร ATM ไปกดเงินสดออกจากเครื่อง ATM ได้ โดยจะเสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 100 บาท (ธนาคารกสิกรไทย) บาท หรือ 75 บาท ( ธนาคารกรุงเทพ )

ดังนั้นนักเรียนควรกดเดือนละ 1 ครั้ง แล้วนำเงินทั้งหมดไปใส่ไว้ใน บ/ช ออมทรัพย์ที่ทางโรงเรียนจะพาไปเปิดให้ที่ธนาคารในนิวซีแลนด์ และมีบัตร ATM สำหรับกดออกมาใช้ทีละน้อย ไม่ควรเก็บเงินสดไว้ที่ตัวเกิน 20 เหรียญ

การเตรียมวีซ่า นร.

เอกสารขอวีซ่านักเรียนเตรียมดังนี้
  1. ใบสมัครวีซ่าที่กรอกรายละเอียด พร้อมติดรูปถ่ายขนาด 2" สี หรือขาวดำ 1 รูปให้เรียบร้อยโปรดระบุเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก และหากมีอีเมล์ กรุณาระบุในใบสมัคร และนักเรียนเซ็นชื่อในใบสมัครด้วย
  2. ค่าวีซ่า ……... บาท (ท่านสามารถชำระค่าวีซ่าด้วยเงินสด บัตรเครดิตวีซ่า บัตรเครดิตมาสเตอร์ หรือแบงค์ดร๊าฟที่สั่งจ่าย " สถานทูตนิวซีแลนด์ ") จะไม่มีการคืนค่าวีซ่าไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
  3. หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 1 ฉบับ และถ่ายหน้าวีซ่าที่เคยเดินทางไปทุกประเทศ (ในกรณีที่ต้องใช้หนังสือเดินทางในระหว่างที่ยื่นขอวีซ่า ให้ทำสำเนาและทำการรับรองสำเนาอย่างถูกต้องยื่นแทนหนังสือเดินทางไปก่อน เมื่อได้วีซ่าแล้วจึงนำหนังสือเดินทางตัวจริงไปยื่น เพื่อรับวีซ่า)
  4. หนังสือตอบรับเข้าเรียน ( Offer of Place )
  5. หนังสือรับรองที่พักในนิวซีแลนด์ ( Accommodation Guarantee ) ทางศูนย์ฯ เป็นผู้รวบรวมให้
  6. ใบเสร็จรับเงินค่าเรียนจากโรงเรียน
  7. ใบ Financial Undertaking ที่เซ็นโดยผู้ปกครอง หรือผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายให้ (ผู้ค้ำประกัน) การรับรองฐานะการเงินของผู้ปกครอง หรือผู้ออกค่าใช้จ่าย (ผู้ค้ำประกัน) ใช้สำเนาสมุดเงินฝาก หรือ บัญชีกระแสรายวันของผู้ค้ำประกัน ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน นับจากเดือนที่ยื่น VISA
    • ในกรณีผู้ค้ำประกันมีตำแหน่ง หน้าที่ การงาน ต้องแนบจดหมายรับรองสถานภาพการทำงานของ ผู้ค้ำประกัน ระบุถึงรายได้ต่อปี (รวมโบนัส) ตำแหน่ง และอายุการทำงาน จดหมายนี้จะต้องออกโดย ผู้มีอำนาจ หรือฝ่ายบุคคลของบริษัท/ห้างร้านเท่านั้น
    • ในกรณีผู้ค้ำประกันเป็นเจ้าของกิจการ/บริษัท/ห้างร้าน จะต้องมีหนังสือรับรองบริษัทหรือหลักฐาน การจดทะเบียนที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นเจ้าของกิจการ พร้อมหลักฐานการเงินบริษัท ซึ่งได้แก่ บัญชีเงินฝาก หรือกระแสรายวันของกิจการ/บริษัท/ห้างร้านนั้นๆ
  8. นักเรียนที่ไปเรียนภาษาไม่ถึง 1 ปี ต้องแสดงใบเสร็จรับเงินค่าตั๋วเครื่องบินและ flight detail นักเรียนระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา ไม่จำเป็นต้องแสดงใบเสร็จค่าตั๋วเครื่องบิน
  9. ใบแจ้งผลการเรียน และการเข้าเรียน จากโรงเรียน / มหาวิทยาลัย ที่กำลังศึกษาอยู่ หรือเพิ่งจบการศึกษา
  10. ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีเดินทางโดยลำพัง หรือไม่ได้เดินทางพร้อมบิดาและมารดา จะต้องมีหนังสือจากบิดาและมารดาระบุว่าอนุญาตให้บุตรเดินทางได้ลำพัง
  11. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้าน บิดา + มารดา (หรือผู้ปกครอง) + ผู้สมัคร
  12. สำหรับผู้สมัครที่อายุตั้งแต่ 17 ปีขึ้นไปและต้องศึกษาต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลา 2 ปีขึ้นไป จะต้องยื่นรายงานการสอบประวัติอาชญากรรมที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน (ผลตรวจประวัติฯให้สำเนาไว้ด้วย) ตรวจประวัติอาชญากรรมได้ที่ กรมตำรวจ ถ. พระรามที่ 1 ปทุมวัน กรุงเทพฯ ( ทางกรมมีแบบฟอร์ม ) ควรทำล่วงหน้าเพราะต้องรอผลไม่ต่ำกว่า 1 อาทิตย์ (ไม่นับวันหยุดราชการ) กรุณาโทรสอบถามการเตรียมเอกสารที่กรมตำรวจ (02) 205-1000 , (02)205-1010 และ (02) 254-5610
  13. หากท่านต้องการไปศึกษาที่ประเทศนิวซีแลนด์ จะต้องได้รับการตรวจร่างกายตามที่สถานทูต กำหนดดังนี้ (อนึ่งนักเรียนต้องจำวันยื่นผลตรวจร่างกายล่าสุดที่เคยยื่นสถานทูต มิฉะนั้นสถานทูตอาจให้นักเรียนไปตรวจใหม่)
    • ไปศึกษาเกิน 2 ปีขึ้นไป จะต้องยื่นใบตรวจร่างกายและเอ็กซ์เรย์ ( Form Medical and X-ray Certificate )
    • ไปศึกษาเป็นเวลา 6 เดือนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 2 ปี จะต้องยื่นใบตรวจ TB ( Form Temporary Entry X-ray Certificate ) จากโรงพยาบาลที่ได้รับการยอมรับจากสถานทูตเท่านั้น ขอรับแบบฟอร์มได้ที่ แผนกวีซ่า หรือ พิมพ์จากเว็บไซท์ www.immigration.govt.nz ซึ่งได้แก่โรงพยาบาลดังนี้
      กรุงเทพฯ
      ร.พ.บำรุงราษฎร์ โทร.(02) 667-1000 (ไม่มีแบบฟอร์มเตรียมให้ ต้องเอาไปเอง)
      ร.พ.สมิติเวช (สุขุมวิท) โทร.(02)711- 8000 (มีแบบฟอร์มเตรียมไว้ให้)
      ร.พ.บางกอกเนสซิ่งโฮม โทร.(02)632-0560 และ (02) 632-0550 (มีแบบฟอร์มเตรียมไว้ให้)
      โกลบอล ด็อกเตอร์
      เชียงใหม่
      Dr Vanachantra-Charas Clinic (คลีนิคหมอวรรณจันทร์ - จรัส)
      Wattana-Niramon Clinic (วัฒนา - นิรมล คลีนิค)
      Special Medical Service Centre (สถานบริการสุขภาพพิเศษ)
      ขอนแก่น
      Srinagarind Hospital (โรงพยาบาลศรีนครินทร์)
      Khon Kaen Ram Hospital (โรงพยาบาลขอนแก่นราม)

      ก่อนตรวจร่างกายควรสอบถามจากโรงพยาบาลก่อนว่าควรเตรียมตัวก่อนตรวจอย่างไร (ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 วัน ใบตรวจร่างกายจะต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือน )
หมายเหตุ - กรณีที่นักเรียนเปลี่ยนโรงเรียน ให้นำสำเนาผลการเรียนโรงเรียนเดิมมาแสดงด้วย
- เจ้าหน้าที่อาจจะขอดูเอกสารอย่างอื่นเพิ่มเติมได้แล้วแต่กรณีไป
- วีซ่าจะออกให้ครอบคลุมตามระยะเวลาที่จ่ายค่าเล่าเรียนแล้วเท่านั้น

การยื่นขอวีซ่า ยื่นขอวีซ่า เวลา 09.00 - 11.30 / 13.00 - 14.30 น. จันทร์ - ศุกร์
เวลาทำการ เวลา 09.00 - 12.00 และ 13.00 - 15.00 จันทร์ - ศุกร์
เวลารับหนังสือเดินทาง 14.00 - 15.00 ( เท่านั้น )
ท่านสามารถยื่นวีซ่าด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ได้ที่

กองตรวจคนเข้าเมือง - นิวซีแลนด์
ชั้น 15 อาคารเอ็มไทยทาวเวอร์ ออลซีซั่นเพลส
เลขที่ 87 ถนนวิทยุ ปทุมวัน
กรุงเทพฯ 10330
(ตู้ ป.ณ. 2719 กรุงเทพฯ 10500)
โทรศัพท์ (66)2 654 3444   แฟกซ์ (66)2 654 3445

ระยะเวลาการพิจารณา
เจ้าหน้าที่จะออกวีซ่าให้ หากเอกสารครบถ้วน รวมทั้งผลการสัมภาษณ์ (ถ้ามีการสัมภาษณ์) เป็นที่พอใจ ท่านจะได้รับผลวีซ่าภายใน 5 วันทำการ (ไม่นับเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)
ท่านสามารถรับใบสมัคร แบบฟอร์มตรวจร่างกาย ใบรับรองสถานภาพทางการเงินได้ด้วยตนเอง หรือพิมพ์ออกจาก www.immigration.govt.nz
ค่าไปรษณีย์ในการจัดส่งหนังสือเดินทาง ส่งแบบลงทะเบียนภายในประเทศ 50 บาท

หลักฐานประกอบการพิจารณา ตรวจประวัติอาชญากรรม

  1. หนังสือเดินทาง พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  2. บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  3. ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  4. หลักฐานทางทหาร (สด. 8 หรือ สด.43 หรือหนังสือรับรองการเรียน รด. หลักสูตร 3 ปี หรือ 5 ปี สำหรับบุคคลอายุ 20 ปีขึ้นไป และสด.9 สำหรับบุคคลอายุ 17 - 19 ปี) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  5. ใบสำคัญการสมรส หรือใบสำคัญการหย่า (ถ้ามี) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  6. ใบเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล (ถ้ามี) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ
  7. กรณีผู้ร้องขอเป็นผู้เยาว์ ผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือผู้ปกครองจะต้องเดินทางมาให้การยินยอมด้วย
  8. รูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป

กรณีผู้ร้องขอพำนักอยู่ต่างประเทศ
หลักฐานประกอบการพิจารณา

  1. สำเนาหนังสือเดินทาง
  2. รูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
  3. แผ่นพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือ จำนวน 3 แผ่น (โดยติดต่อพิมพ์ลายนิ้วมือได้ที่สถานที่ที่ผู้ร้องพำนักอยู่หรือสถานกงสุลไทย)

กรมตำรวจ เบอร์ติดต่อ (02)205-2605 , (02)205-2108 , (02)205-1000, (02)205-1010 และ (02)254-5610


Back
การเตรียมของใช้และเสื้อผ้า (เรียนภาษาอังกฤษ)

อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศนิวซีแลนด์
ฤดูร้อน
ธันวาคม - กุมภาพันธ์
9 - 14 C และ 18 - 25 C
เครื่องนุ่งห่มปกติ
ฤดูใบไม้ร่วง
มีนาคม - พฤษภาคม
6 - 11 C และ 15 - 21 C
เครื่องนุ่งห่มแจ็คเก็ต
ฤดูหนาว
มิถุนายน - สิงหาคม
1 - 9 C และ 10 - 16 C
เครื่องนุ่งห่ม โค้ตบาง - หนา
ฤดูใบไม้ผลิ
กันยายน - พฤศจิกายน
5 - 11 C และ 15 - 19 C
เครื่องนุ่งห่ม โค๊ตบาง
เสื้อผ้า - ของใช้ที่นิวซีแลนด์ราคาแพงกว่าที่เมืองไทยมาก ควรเตรียมไปจากเมืองไทยจะถูกกว่า ชาวนิวซีแลนด์ ไม่คลั่งไคล้สินค้ามียี่ห้อ ไม่ต้องซื้อของมียี่ห้อ
  1. เสื้อผ้าที่ใส่ที่เมืองไทยใช้ได้หมด ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่
  2. เสื้อยืดทั้งแขนสั้น - แขนยาว กางเกงยีนส์ใส่มากที่สุด
  3. กางเกงขาสั้น กางเกงเล่นกีฬา / ชุดว่ายน้ำ
  4. ชุดนอนที่อบอุ่น เช่น ชุดวอร์ม ( กางเกงขายาว , เสื้อแขนยาว)
  5. ชุดชั้นใน ถ้าเก่าแล้วซื้อใหม่ไปเลย 6 ชุด ที่นิวซีแลนด์แพงและมีแต่ขนาดใหญ่ๆ
  6. รองเท้าผ้าใบถ้ามีอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อใหม่ ควรเตรียมไป 2 คู่ ถุงเท้าไม่ต่ำกว่า 6 คู่ / รองเท้าแตะ
  7. หมวกแก๊ป 2 ใบ ( ที่มีอยู่แล้วที่บ้าน ) เป้ใส่ของสะพายหลัง
  8. ผ้าขนหนูเช็ดตัวหลังอาบน้ำ 1- 2 ผืน
  9. เสื้อกันหนาว ถ้าตอนที่ไปไม่ใช่หน้าหนาว ให้ไปซื้อเอาที่โน่นจะได้ของคุณภาพดีและเหมาะกับอากาศ ถ้ามีอยู่แล้วไม่ต้องซื้อใหม่ให้ใช้ที่มี ถ้ามีถุงมือ ผ้าพันคอให้เอาไปด้วย
  10. ควรเตรียมเสื้อกันฝนไปด้วย คือเสื้อแจ๊คเก็ตที่ทำด้วยผ้าร่มบาง ๆ และมี Hood ด้วยยิ่งดี / ร่มพับได้
  11. ของใช้ส่วนตัว เช่น สบู่ ยาสีฟัน เจล แชมพู ให้นำไปแค่พอใช้เดือนแรกก็พอ ที่โน่นมีมากมายให้เลือก ส่วนฟิลม์ถ่ายรูป ถ่าน Battery สำลีเช็ดหน้า น้ำยาแช่ -ล้างคอนแทคเลนซ์ และผ้าอนามัยที่ NZ แพงมาก
  12. เครื่องเขียน เช่น ปากกา ดินสอ เตรียมไปจากเมืองไทยถูกกว่าและมีรูปแบบให้เลือกมากกว่า เครื่องคิดเลข ถ้ามีอยู่แล้วให้เอาไปด้วย
  13. Dictionary เช่น Talking Dic. ควรหาซื้อไปเลย หรือจะใช้แบบดั้งเดิมที่พิมพ์เป็นเล่มก็ได้เหมือนกัน
  14. ของใช้ส่วนตัวที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ขนไปด้วยเพราะใช้ไฟฟ้าระบบเดียวกัน เช่น เครื่องเป่าผม / วิทยุ/ เทป/ CD
  15. เทปหรือ CD เพลงไทย (ถ้าชอบฟังเพลงไทย) และอย่าลืมนาฬิกาปลุก
  16. สมุดเล็ก ๆ ไว้จดเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่สำคัญ
  17. เครื่องประดับมีค่าไม่ควรเอาไปด้วยเพราะอาจหายได้
  18. ควรติดยาพื้นฐานไปบ้างเล็กน้อย เช่น พาราเซ็ตตามอล ยาแก้หวัดดีคอลเจน ยาหม่อง วิคส์
  19. ถ้ามีโรคประจำตัวต้องกินยาประจำให้เตรียมไปและต้องมีใบรับรองแพทย์บอกว่าเป็นยาอะไรเวลาตรวจของที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจึงจะไม่มีปัญหา
  20. ของกินที่เป็นของสดทุกชนิดห้ามนำเข้าไป ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะมีสุนัขที่ฝึกมาเป็นอย่างดี ดมกระเป๋าทุกใบ ของฝากหรือของที่ระลึกที่ทำด้วยไม้ - เปลือกไม้ - ดอกไม้แห้ง - ใบไม้แห้ง อย่านำไปเพราะจะโดนเอาทิ้งหมด
  21. กรรไกรตัดเล็บและมีดพับเล็ก ๆ ต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่ อย่านำติดตัวขึ้นเครื่อง เพราะจะโดนยึดที่ด่าน X-Ray กระเป๋าถือก่อนขึ้นเครื่อง
  22. อย่าลืมนำภาพถ่ายของครอบครัวที่เมืองไทยไปด้วย เพื่อให้เพื่อน ๆ และครอบครัวใหม่ ที่นิวซีแลนด์ได้รู้จัก
  23. อาจเตรียมของขวัญที่เป็นไทย เผื่อไปด้วย เพราะอาจมีวันเกิดของคนใน Family หรือครู เพื่อน จะได้ไม่ต้องหาซื้อให้ลำบากและราคาของที่นิวซีแลนด์มักแพงมากด้วย

Back
การเตรียมของใช้และเสื้อผ้า (นักเรียนมัธยมศึกษา)

อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศนิวซีแลนด์
ฤดูร้อน
ธันวาคม - กุมภาพันธ์
9 - 14 C และ 18 - 25 C
เครื่องนุ่งห่มปกติ
ฤดูใบไม้ร่วง
มีนาคม - พฤษภาคม
6 - 11 C และ 15 - 21 C
เครื่องนุ่งห่มแจ็คเก็ต
ฤดูหนาว
มิถุนายน - สิงหาคม
1 - 9 C และ 10 - 16 C
เครื่องนุ่งห่ม โค้ตบาง - หนา
ฤดูใบไม้ผลิ
กันยายน - พฤศจิกายน
5 - 11 C และ 15 - 19 C
เครื่องนุ่งห่ม โค๊ตบาง
เสื้อผ้า - ของใช้ที่นิวซีแลนด์ราคาแพงกว่าที่เมืองไทยมาก ควรเตรียมไปจากเมืองไทยจะถูกกว่า ชาวนิวซีแลนด์ไม่สนใจและชื่นชมสินค้ายี่ห้อดังๆ

โทรศัพท์มือถือไม่มีความจำเป็นต้องมี ถ้าอยู่ Homestay นักเรียนอยู่โรงเรียนประจำอาจจำเป็น ไว้รับเวลาผู้ปกครองโทรไปหา ควรซื้อแบบ Prepay เพราะไม่มีค่ารายเดือน และควรเช็คกับครูก่อนว่าบริเวณนั้นมีสัญญาณรับดีหรือไม่

คอมพิวเตอร์ส่วนตัวไม่ควรซื้อ จนกว่าจะอยู่ Year 12 ที่โรงเรียนและ Homestay ส่วนใหญ่มีให้ใช้อยู่แล้ว การมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวมีผลเสียมากกว่าผลดี ทำให้ไม่พูดคุยกับใครเพราะติดคอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษจะไม่พัฒนา และการเรียนจะตกต่ำในที่สุด

  1. เสื้อผ้าที่ใส่ที่เมืองไทยใช้ได้หมด ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ เสื้อผ้าไม่จำเป็นต้องเอาไปมาก เพราะจันทร์-ศุกร์ ใส่เครื่องแบบนักเรียน
  2. เสื้อยืดทั้งแขนสั้น - แขนยาว กางเกงยีนส์ใส่มากที่สุด
  3. กางเกงขาสั้น กางเกงเล่นกีฬา ชุดว่ายน้ำ
  4. ชุดนอนที่อบอุ่น เช่น ชุดวอร์ม ( กางเกงขายาว , เสื้อแขนยาว)
  5. ชุดชั้นใน ถ้าเก่าแล้วซื้อใหม่ไปเลย 6 ชุด ที่นิวซีแลนด์แพงและหาขนาดเล็กอย่างคนเอเซียไม่ได้
  6. รองเท้าผ้าใบถ้ามีอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อใหม่ ควรเตรียมไป 2 คู่ เผื่อสลับไปซัก ถุงเท้าไม่ต่ำกว่า 6 คู่ / รองเท้าแตะ
  7. หมวกแก๊ป 2 ใบ ( ที่มีอยู่แล้วที่บ้าน ) เป้ใส่ของสะพายหลังสำหรับไปโรงเรียน
  8. ผ้าขนหนูเช็ดตัวหลังอาบน้ำ 1-2 ผืน
  9. เสื้อกันหนาว ควรซื้อแบบกันน้ำได้ด้วย ถ้ามีอยู่แล้วไม่ต้องซื้อใหม่ ถ้ามีถุงมือ ผ้าพันคอให้เอาไปด้วย
  10. ควรเตรียมเสื้อกันฝนไปด้วย คือเสื้อแจ๊คเก็ตที่ทำด้วยผ้าร่มบาง ๆ และมี Hood ด้วยยิ่งดี / ร่มพับได้
  11. ของใช้ส่วนตัว เช่น สบู่ ยาสีฟัน เจล แชมพู ให้นำไปแค่พอใช้เดือนแรกก็พอ ที่โน่นมีมากมายให้เลือก ส่วนฟิล์มถ่ายรูป ถ่านBattery สำลีเช็ดหน้า น้ำยาแช่ ล้างคอนแทคเลนซ์ และผ้าอนามัยที่ นิวซีแลนด์แพงมาก
  12. เครื่องเขียน เช่น ปากกา ดินสอ เตรียมไปจากเมืองไทยถูกกว่าและมีรูปแบบให้เลือกมากกว่า เครื่องคิดเลข ถ้ามีอยู่แล้วให้เอาไปด้วย ต้องใช้ในวิชาคณิตศาสตร์ ถ้าต้องซื้อใหม่ให้ไปซื้อที่โรงเรียนจะได้แบบที่ถูกต้อง
  13. Dictionary เช่น Talking Dic. ควรหาซื้อไปเลย ทั้ง Thai - English, English - Thai ก็ดี
  14. ของใช้ส่วนตัวที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ขนไปด้วยเพราะใช้ไฟฟ้าระบบเดียวกัน เช่น เครื่องเป่าผม / เทป / วิทยุ / CD
  15. เทปเพลงไทย (ถ้าชอบฟังเพลงไทย) และอย่าลืมนาฬิกาปลุก
  16. สมุดเล็ก ๆ ไว้จดเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่สำคัญ
  17. เครื่องประดับมีค่าไม่ควรเอาไปด้วยเพราะอาจหายได้
  18. ควรติดยาพื้นฐานไปบ้างเล็กน้อย เช่น พาราเซ็ตตามอล ยาแก้หวัดดีคอลเจน ยาหม่อง วิคส์
  19. ถ้ามีโรคประจำตัวต้องกินยาประจำให้เตรียมไปและต้องมีใบรับรองแพทย์บอกว่าเป็นยาอะไรเวลาตรวจของที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจึงจะไม่ปัญหา
  20. ของกินที่เป็นของสดทุกชนิดห้ามนำเข้าไป ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจะมีสุนัขที่ฝึกมาเป็นอย่างดี ดมกระเป๋าทุกใบ ของฝากหรือของที่ระลึกที่ทำด้วยไม้ - เปลือกไม้ - ดอกไม้แห้ง - ใบไม้แห้ง อย่านำไปเพราะจะโดนเอาทิ้งหมดที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง
  21. กรรไกรตัดเล็บและมีดพับเล็กๆ ต้องใส่กระเป๋าใบใหญ่ อย่านำติดตัวขึ้นเครื่อง เพราะจะโดนยึดที่ด่าน X-Ray กระเป๋าถือก่อนขึ้นเครื่อง
  22. อย่าลืมนำภาพถ่ายของครอบครัวที่เมืองไทยไปด้วย เพื่อให้เพื่อน ๆ และครอบครัวใหม่ ที่นิวซีแลนด์ได้รู้จัก
  23. อาจเตรียมของขวัญที่เป็นไทย เผื่อไปด้วย เพราะอาจมีวันเกิดของคนใน Family หรือครู เพื่อน จะได้ไม่ต้องหาซื้อให้ลำบากและราคาของที่นิวซีแลนด์มักแพงมากด้วย
  24. เครื่องแบบนักเรียนบางส่วนซื้อจากเมืองไทยได้ โปรดดูรายละเอียดเรื่อง Uniform ในเอกสารโรงเรียนที่ให้ไปและพิจารณาตามความเหมาะสมว่าสิ่งใดเตรียมได้จากเมืองไทย ถ้าไม่แน่ใจให้ไปซื้อที่โรงเรียน เครื่องแบบที่เตรียมจากเมืองไทยให้ใช้ผ้า Cotton หรือมีส่วนผสมของ Cotton มาก ๆ เท่านั้นจึงเหมาะสมกับอากาศหนาว การซื้อ Uniform ที่โรงเรียน เลือกซื้อเท่าที่จำเป็นเท่านั้นและไม่ต้องมากชุด เขาไม่ได้บังคับให้ซื้อทั้งหมด และจะคิดเงินเท่าที่เราซื้อไป เงินที่จ่ายไปแล้วถ้าซื้อไม่หมดจะเก็บไว้ในบัญชี
  25. นักเรียนที่อยู่โรงเรียนประจำมีของใช้ที่ต้องเตรียมไปใช้ในหอพัก โปรดดูรายละเอียดเรื่อง หอพัก - ของใช้ ที่จำเป็นในเอกสารโรงเรียนที่ส่งไปให้
  26. นักเรียนที่อยู่โรงเรียนประจำ ต้องเตรียมทำป้ายชื่อสำหรับติดเสื้อผ้าทุกชิ้นไปด้วย เพราะเสื้อผ้าต้องส่งไปซักรวมกัน

Back
Culture Shock

การเตรียมตัวเตรียมใจไปอยู่กับชาวนิวซีแลนด์ ( Homestay Guideline )

Homestay Guideline นี้จัดทำขึ้นสำหรับนักศึกษาไทยที่ตัดสินใจไปศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ เพื่อเป็นข้อมูลให้สามารถปรับตัวอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบ Kiwi ได้ดีขึ้น ( Kiwi เป็นคำหนึ่งที่คนนิวซีแลนด์นิยมใช้เรียกตัวเอง )

ครอบครัว ( Homestay ) เป็นสถานที่ ที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาภาษาอังกฤษแลกเปลี่ยน วัฒนธรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนรสชาติของอาหารที่แตกต่างกัน

โปรดอย่ากังวลกับสิ่งต่างๆ ที่ผิดแผกแตกต่างจากที่บ้านของเรา บางอย่างอาจดีกว่า แต่หลายๆ อย่างอาจรู้สึกไม่คุ้นเคยเลย ไม่ต้องกังวลมากจงทำตัวให้สนุกกับมัน เพราะนี่คือรสชาติของชีวิตที่น่าสนใจอย่างแท้จริง สำหรับการไปเรียนในต่างประเทศแล้วคุณจะสามารถปรับตัวได้ในที่สุด

Culture Shock
นักเรียนไทยทุกคนเมื่อเดินทางไปถึงประเทศนิวซีแลนด์ ต้องประสบกับปัญหา ที่ทำให้รู้สึกเครียด ปัญหาที่ว่านี้คุณรู้สึกว่ามันเป็นปัญหาใหญ่มาก บางทีมันทำให้หมดแรง อยากยอมแพ้ไม่อยากต่อสู้ อยากถอยหลังกลับ

แท้จริง ปัญหาดังกล่าวสามารถเอาชนะได้ เพียงแต่ต้องกล้า อดทนและตั้งสติสู้ อย่างไม่ยอมถอย

ความรู้สึกแรกของคุณคือความรู้สึกหวาดวิตก บางคนหวาดวิตกจนประสาทเครียด บางคนวิตกจนรู้สึกกลัว ความรู้สึกนี้เป็นธรรมชาติ หลังจากหวาดวิตกแล้ว คุณอาจรู้สึกตกใจ กับสิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยประสบมาก่อน บางคนเรียกมันว่า Culture Shock ความรู้สึกที่ว่านี้ เกิดจากการที่ต้องตกอยู่ในวงล้อมของผู้คนที่หน้าตาและผิว แตกต่างไปจาก ตัวเอง ภาษาที่พูด ก็ไม่ใช่ภาษาไทย อาหารการกินและขนบธรรมเนียมที่ผิดแผกไปจากที่เคยพบเคยเห็น คุณกังวลว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรคนอื่นจึงจะยอมรับ ขณะเดียวกันคุณก็ไม่ยอมรับบางสิ่ง บางอย่างที่คนพวกนั้นทำ

คนที่อยู่ใน Culture Shock อาจแสดงอาการได้หลาย ๆ อย่าง เช่น รู้สึกเหนื่อยอ่อน หมดเรี่ยวหมดแรง นอนเท่าไรก็ไม่พอ อยากหลบหน้าหลบตาคนอยู่ในห้อง จะได้ไม่ต้องออกไปเผชิญกับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่โหมกระหน่ำใส่และไม่เพียงแต่รู้สึกว่าทุกอย่างแปลก แตกต่าง แต่ยังรู้สึกว่าอะไร ๆ ก็เลวร้ายไปกว่าที่คิดไปหมดทั้งนั้น

เท่านั้นยังไม่พอ คุณยังรู้สึกใจจะขาดเพราะคิดถึงบ้านและเพื่อน ๆ อีกด้วยความรู้สึกเหล่านี้ช่างทรมานเหลือเกิน ความรู้สึกคิดถึงบ้านและการปรับตัวไม่ได้เป็นความรู้สึกที่แย่มาก ๆ แต่คุณแน่ใจได้เลยว่า ยังไม่มีใครตายเพราะความรู้สึกนี้สักคน

ถ้ามีนักเรียนไทยอยู่โรงเรียนเดียวกัน การได้พูดคุยกับเพื่อนคนไทยบ้างจะช่วยความรู้สึกได้มาก แต่อย่าใช้เวลาว่างทั้งหมดคลุกคลีกับเพื่อนคนไทยเป็นอันขาด ต้องหาทางรู้จักกับเพื่อนฝรั่งและครูอาจารย์ที่พอจะพูดคุยด้วยได้และหมั่นคิดถึงเป้าหมายของการมาที่นิวซีแลนด์ และทุ่มเทความสนใจไปที่การวางแผนการเรียน ตั้งใจเรียนใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ต่อเป้าหมายของตัวเองให้มากอย่าเอาความด้อยของภาษามาเป็นอุปสรรคหรือข้ออ้างกับตัวเอง ต้องร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนหรือชุมชนเช่น กิจกรรมเกี่ยวกับกีฬา หรือศิลปวัฒนธรรม เข้าไปนั่งเฉย ๆ ก็ยังดีกว่าเก็บตัวในห้อง

เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด ต้องอดทน เวลาเท่านั้นจะรักษาความรู้สึกได้ เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างแน่นอน อย่าท้อแท้ คุณมาที่นี่เพราะมีเป้าหมายชีวิตไม่ใช่หรือ

สองสามสัปดาห์แรก ช่วง 2 - 3 สัปดาห์แรกจะเป็นช่วงที่ยากที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่ทั้งคุณ และ Homestay ต่างศึกษาซึ่งกันและกัน และปรับตัวเข้าหากัน คุณได้ครอบครัวใหม่ ในขณะเดียวกัน Homestay ของคุณก็ได้สมาชิกใหม่ของครอบครัว ควรมีทัศนะคติที่ดี สุภาพอ่อนโยน มีความพยายามที่จะทดลองในสิ่งที่แปลกใหม่ เช่น อาหาร และวิธีการดำเนินชีวิตที่แตกต่าง

เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว พยายามใกล้สนิทสนมกับพ่อแม่พี่น้องในครอบครัวใหม่ ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ดูโทรทัศน์ เล่นเกมส์ เล่นกีฬา ให้ความเคารพและเป็นมิตรกับทุกคน เคารพสิทธิผู้อื่น เช่น ไม่เปิดจดหมาย ตู้เสื้อผ้า ของผู้อื่น ไม่รบกวนความสงบคนในบ้าน การทำเช่นนี้ จะช่วยให้ได้รับการสนองตอบเช่นเดียวกัน อย่าหลบหลบตาคนในครอบครัว

คิดว่าบ้านที่อยู่ก็คือบ้านของคุณเอง ไม่ใช่โรงแรม หากจะใช้ของหรือหยิบยืมสิ่งใด ควรถามเจ้าของก่อน และต้องถามว่า " How long can I borrow this for? " หรือ " When would you like it back? " และต้องคืนของนั้นให้ เร็วที่สุด

ควรบอกคนในครอบครัวไว้ว่าจะไปไหนและกลับเมื่อไร อย่าให้ทุกคนเป็นกังวล โปรดจำไว้ว่าแต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกัน ดังนั้นครอบครัวที่คุณพักอยู่ด้วยอาจมีบางอย่างไม่เหมือนกับครอบครัวที่เพื่อนของคุณพักอยู่ก็ได้

อาหารและมื้ออาหาร คนนิวซีแลนด์รับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ อาหารเช้า ( 07.00 - 09.00 น. ) อาหารกลางวัน ( 12.00 - 14.00 ) และอาหารเย็น ซึ่งคนนิวซีแลนด์มักเรียกว่า Tea ( 18.00 - 20.00 ) ปกติอาหารเช้าจะเป็นซีเรียลกับนม และขนมปังปิ้งทาเนย - แยม อาหารกลางวันจะเป็นแซนวิชและผลไม้ และอาหารเย็นเป็นอาหารมื้อหลัก มักเป็นเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ บางครอบครัวมีของหวานหลังมื้อเย็นด้วย

บางครั้งชาวต่างชาติจะสับสนกับคำว่า Tea ซึ่งมีความหมายว่าอาหารเย็น หรือน้ำชาก็ได้ ถ้ามีใครถามคุณถึง Tea ในตอนเย็น เขาอาจหมายถึงอาหารเย็น ถ้าเป็นตอนเช้าหรือบ่าย เขาอาจหมายถึง น้ำชาและขนม หรือ Cake ซึ่งอาจทำให้คุณสับสน ถ้าไม่แน่ใจโปรดถาม ในตอนแรกคุณอาจรู้สึกว่า อาหารชาวนิวซีแลนด์แปลก น่าเบื่อ และไม่มีรสชาติ ซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจึงจะคุ้นเคย

ครอบครัวนิวซีแลนด์มักกินอาหารร่วมกัน คุณควรเริ่มกินพร้อม ๆ ครอบครัว และเวลาอิ่มต้องอิ่มพร้อมกันหรือ รอจนทุกคนอิ่มจึงลุกจากโต๊ะ การชมฝีมือผู้ปรุงอาหารจะทำให้เขามีความรู้สึกที่ดี หากไม่มากินอาหารมื้อใด ต้องบอกล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมงเสมอ

เมื่ออยู่ในโต๊ะอาหาร อย่าเอื้อมมือหยิบของข้ามหน้าคนอื่นเด็ดขาด ควรขอให้คนที่อยู่ใกล้ช่วยส่งเกลือ สลัด ซอส อาหารหรือของใช้อื่น ๆ บนโต๊ะอาหารให้คุณ เช่นพูดว่า "Pass the salt please" เพราะนอกจากจะเป็นมารยาทที่ดีบนโต๊ะอาหารแล้ว ยังเป็นการสร้างสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ละเป็นการดีที่คุณจะช่วยส่งของต่าง ๆ ให้คนอื่น ๆ ด้วย ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตากินโดยไม่สนใจใคร

หากมีอาหารชนิดใดที่คุณไม่รู้จักขอให้ถาม แต่อย่าจับต้องเพราะคนที่นั่นถือเป็นมารยาทที่ไม่ดีอย่างยิ่ง ถ้าจับต้องอาหารแล้ววางกลับคืนโดยไม่คิดจะรับประทาน คนนิวซีแลนด์กินอาหารไม่มีเสียง การกินอาหารมีเสียง เช่น การซดน้ำแกงหรือเส้นก๋วยเตี๋ยวดัง ๆ ถือเป็นมารยาทที่แย่มาก พอ ๆ กับการเรอในโต๊ะอาหาร

การบอกปฏิเสธอาหารที่ไม่ชอบว่า No, thank you. นั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่อย่าลืมทดลองอาหารใหม่ ๆ เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในนิวซีแลนด์ ควรพยายามกินอาหารที่แม่บ้านเตรียมให้ คุณอาจไปช่วยซื้อของที่ ซุปเปอร์มาร์เก็ตและถือโอกาสบอกว่าคุณชอบอาหารประเภทใด

ครอบครัวใหม่จะรู้สึกดีต่อคุณ ถ้าช่วยจัดโต๊ะอาหาร เสริพอาหารให้คนอื่น เก็บโต๊ะอาหาร ผลัดเวรล้างและเช็ดจานชาม หาโอกาสทำอาหารบ้างเพื่อให้เขาเห็นวิธีปรุงอาหารที่แตกต่างออกไป

  • ถามครอบครัวดูว่ามีอาหารอะไรที่คุณสามารถกินระหว่างมื้อ อย่าหยิบอะไรกินโดยไม่ถาม
  • ครอบครัวแต่ละครอบครัวมีความแตกต่างกัน บางครอบครัวจะเป็นผู้ทำอาหารเช้า, กลางวัน, ซักผ้าให้ ในขณะที่บางครอบครัวจะอนุญาตให้คุณทำอาหารเช้าและอาหารกลางวันเอง โดยบอกให้ทราบว่าเครื่องปรุงต่าง ๆ อยู่ที่ใด เช่นเดียวกับการซักผ้า บางครอบครัวจะสอนวิธีซักผ้าให้ และอนุญาตให้คุณซักผ้าเอง
สำหรับอาหารมื้อเย็นครอบครัวจะทำให้รับประทาน

การใช้ห้องน้ำ

  • ห้องน้ำมักมีคนใช้มากในตอนเช้า จึงต้องใช้เวลาในห้องน้ำให้สั้นที่สุด คือประมาณ 5 - 10 นาที
  • เตรียมของใช้ส่วนตัวเองทั้งหมด ( เช่น แชมพู สบู่ ยาสีฟัน )
  • ถามแม่บ้านดูว่าคุณควรใช้ห้องอาบน้ำเวลาใด เช้าหรือเย็นจึงจะดีที่สุด และถามด้วยว่าควรแขวนผ้าเช็ดตัวเปียกที่ไหน
  • ดึงม่านอาบน้ำให้มิดชิดเพื่อกันน้ำไม่กระเซ็นเลอะเทอะ
  • ปูผ้าเช็ดเท้าบนพื้นก่อนอาบน้ำและตากไว้อย่างเดิม เมื่อเสร็จพื้นห้องน้ำต้องแห้งหลังคุณใช้แล้ว
  • พยายามอย่าใช้น้ำร้อนมาก บ้านในนิวซีแลนด์มีแทงค์น้ำร้อนขนาดพอดีสำหรับคนในบ้าน ถ้าน้ำร้อน หมดแทงค์ต้องรอจนถึงพรุ่งนี้จึงจะมีน้ำร้อนใหม่

การใช้ห้องส้วม

  • ผู้ชาย ต้องยกที่รองนั่งโถส้วมขึ้นก่อนปัสสาวะเสมอ
  • ผู้หญิง การทิ้งผ้าอนามัยลงในโถส้วมทำให้โถส้วมอุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ สอบถามดูว่าควรทิ้งผ้าอนามัยที่ไหน กระดาษชำระต้องทิ้งลงโถส้วมและกดชักโครก เพราะเป็นกระดาษชนิดย่อยสลายได้เมื่อถูกน้ำ

การซักรีด
แม่บ้านจะเป็นผู้ซักเสื้อผ้าให้ อย่าลืมถามว่าควรเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไว้ที่ไหน ส่วนชุดชั้นใน แม่บ้าน ก็เต็มใจซักให้โดยซักของทั้งชายและหญิงรวมกัน คุณอาจเลือกซักเฉพาะของคุณก็ได้ โดยขอให้แม่บ้านช่วยบอกวิธีใช้เครื่องซักผ้า และอบผ้า ถ้าซักผ้าด้วยมือ ถามว่า ซักและตากที่ไหนผ้าเปียกต้องตากนอกบ้านเสมอ อย่าแอบแขวนผ้าเปียกไว้ในห้อง หรือตู้เสื้อผ้าเป็นอันขาด เพราะความชื้นทำให้พรมและเฟอร์นิเจอร์เสียหาย ที่สำคัญอย่าตากผ้าเปียกไว้ใกล้ หรือ วางบนเครื่องทำความร้อน เพราะอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้

ห้องนอน
บางครั้งคุณอาจต้องการเวลาเงียบ ๆ ในห้องนอน แต่อย่าใช้เวลาทั้งหมดขลุกอยู่ในห้องคนเดียว พยายามพูดคุยกับคนในครอบครัวเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ จะพบว่ามีอะไรหลายอย่างที่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกคนได้ ความเหงาและความคิดถึงบ้านจะลดน้อยลง ภาษาจะพัฒนาขึ้น คนในครอบครัวก็จะรู้สึกดีและเป็นกันเองกับคุณอย่างรวดเร็วด้วย

โดยปกติคนนิวซีแลนด์จะอยู่ในห้องนอนเมื่อต้องนอน หรือเปลี่ยนเสื้อผ้าเท่านั้น ถ้าคุณทำการบ้านหรือดูหนังสือในห้องนาน ๆ ควรบอกให้คนในบ้านทราบ มิฉะนั้น เขาอาจคิดว่าคุณไม่สบาย หรือไม่สบายใจ

ชาวนิวซีแลนด์จะแทรกตัวนอนอยู่ระหว่างผ้าปูที่นอน และผ้ารองผ้าห่มเพื่อไม่ให้ที่นอนและผ้าห่มสกปรก ผ้าทั้งสองชิ้นนี้ซักอาทิตย์ละครั้ง อย่าลืมถามว่าปูที่นอนตามแบบนิวซีแลนด์ทำอย่างไร ( ถามทุกครั้งที่สงสัย การนิ่งเฉยและทำอะไรผิดบ่อย ๆ นั้น น่ารำคาญ ยิ่งกว่านั้น การถาม ยังเป็นการเริ่มสนทนาที่ดีด้วย ทุกคนคาดหวังให้คุณถามอยู่แล้วเพราะคุณเป็นคนใหม่ของครอบครัว )

ควรดึงม่านหน้าต่างขึ้นเพื่อให้แสงอาทิตย์และอากาศบริสุทธ์ไหลเวียนผ่านห้องนอนเวลากลางวันและอย่าลืม ทำความสะอาด และเก็บของในห้องนอนให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ

คนนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่เข้านอนเวลาสี่ทุ่ม และก่อนเข้านอนทุกคนต้องกล่าวราตรีสวัสดิ์ "Good night" ต่อกันและทักทายเมื่อพบกันครั้งแรกในตอนเช้าว่า "Good morning" อย่าลืมทำเหมือนคนอื่น ๆ ในครอบครัว

บางบ้านประตูห้องนอนและห้องน้ำไม่มีกลอน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ มีข้อสังเกตุคือ ถ้าประตูแง้มไว้ แสดงว่าไม่มีคนอยู่ ถ้าประตูปิดให้เคาะแล้วรอสักครู่ ในกรณีห้องน้ำถ้ามีเสียงตอบออกมาให้พูดว่า "Sorry" แต่ถ้าไม่มีเสียงตอบให้เคาะอีกครั้งเพื่อความแน่ใจแล้วเปิดเข้าไปได้ ถ้าตัวคุณเองกำลังใช้ห้องน้ำหรือห้องส้วม แล้วมีคนมาเคาะประตูให้พูดดัง ๆ ว่า "I am in here" แล้วรีบทำธุระให้เสร็จ

อย่ากังวลถ้าคนในบ้านเดินเข้ามาในห้องนอน โดยไม่ได้เคาะประตู เพราะเขาคิดว่าคุณไม่ใช่คนอื่น

อย่าลืมปิด Heather ทุกครั้งที่ไม่ได้อยู่ในห้อง และควรช่วย Homestay ประหยัดไฟฟ้าโดยไม่เปิดพร่ำเพรื่อ และปิดไฟทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้

การออกนอกบ้านกับครอบครัว
เมื่อครอบครัวออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือไปเยี่ยมเยียนพี่น้องเพื่อนฝูงเป็นโอกาสที่คุณจะได้เปิดหูเปิดตา ดูบ้านเมือง พบเพื่อนใหม่และที่สำคัญ มีโอกาสฝึกฝนภาษาอังกฤษ พร้อม ๆ กับเรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีและนิสัยใจคอของคนนิวซีแลนด์ ( ถ้าครอบครัวชวนคุณ แสดงว่าเขายินดี และคาดหวังให้คุณมีส่วนร่วมกิจกรรมนั้น ๆ กับเขา อย่าถือโอกาสนี้ปลีกตัว อยู่บ้านคนเดียว การปฏิเสธการมีส่วนร่วมกับครอบครัวบ่อย ๆ ไม่นานคุณจะรู้สึกอึดอัดและไม่มีความสุขยิ่งกว่าการปรับตัวให้เข้ากับทุก ๆ คนในตอนแรก )

ถ้าครอบครัวพาไปในที่ที่มีค่าใช้จ่าย เช่น ไปดูหนัง ไปสวนสนุก คุณควรออกเงิน ค่าใช้จ่าย ส่วนตัวของคุณเอง

สัตว์เลี้ยง
ครอบครัวนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่มีสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน สัตว์พวกนี้มักนอนบนเก้าอี้หรือเตียง คุณปิดห้องไว้ได้ถ้าไม่อยากให้มันเข้าไปยุ่ง

ความขัดแย้งในครอบครัว
คนนิวซีแลนด์โต้เถียงกันเมื่อไม่เห็นด้วย การแสดงอารมณ์โกรธเวลาโมโหถือเป็นปกติ วัยรุ่นก็มักโต้เถียงพ่อแม่อย่างรุนแรงไม่ต้องกังวลหรือเห็นเป็นเรื่องใหญ่

ความแตกต่างทางวัฒนธรรม
การแสดงความรักในที่สาธารณะและในบ้านเป็นสิ่งที่คนนิวซีแลนด์ปฏิบัติเป็นประจำ และการประสานสายตาระหว่างเวลาพูดคุยนับเป็นมารยาทที่ดี การพูดโดยไม่มองหน้าถือว่าไม่สุภาพ จึงควรพยายามสบตาเมื่อพูดกับใคร

การใส่ชุดชั้นในเดินในบ้าน หรือเปิดประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกัน

ผู้หญิงมีสิทธิเสมอภาคเท่าผู้ชาย และผู้ชายให้เกียรติผู้หญิง เช่น ให้ผู้หญิงเข้าประตูก่อน ถ้าคุณเป็นผู้ชายอย่าลืมสังเกตุและแสดงกิริยาสุภาพ เหมือนชายนิวซีแลนด์

"Thank you" และ "Please" เป็นคำที่ต้องใช้ให้ติดปาก เพราะเป็นคำที่แสดงให้ถึงมารยาทที่ดีและถ้าทำอะไรผิดก็ควรกล่าว "I am sorry" และควรอธิบายให้คนเข้าใจด้วยว่าคุณไม่ได้ตั้งใจเพื่อไม่ให้คนอื่นไม่เข้าใจคุณผิด ๆ และอย่าลืม มองหน้าผู้ที่คุณกำลังพูดด้วยทั้งนี้ เพื่อแสดงความมีมารยาทและความจริงใจไปพร้อม ๆ กัน

การทำให้ร่างกายอบอุ่น
อากาศในนิวซีแลนด์เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและหนาวเย็นกว่าเมืองไทยมาก คนนิวซีแลนด์นิยมใส่เสื้อให้อุ่นมากกว่าเปิดเครื่องทำความร้อน ถ้ารู้สึกหนาวต้องหาซื้อ เสื้อยืดที่ทำด้วย Wool ใส่ข้างในก่อนใส่เสื้อและกางเกง ให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนนักเรียนช่วยพาไปซื้อได้ อย่าลืมทำตัวให้อุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะ ที่หน้าอก มิฉะนั้น อาจล้มป่วยเพราะร่างกายยังไม่เคยชิน ไม่ต้องอายที่จะใส่เสื้อผ้ามากกว่าคนอื่น ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณไม่ใช่ คนท้องถิ่น

บางครอบครัวใช้ผ้าห่มไฟฟ้าทำให้เตียงอุ่นก่อนนอน อย่านอนโดยเปิดผ้าห่มไฟฟ้าไว้ เพราะอาจเกิดไฟไหม้และไฟฟ้ารั่วดูดเอาได้ ตรวจดูให้แน่ใจก่อนนอนว่าปิดสวิทซ์แล้ว การนอนโดยเปิดผ้าห่มไฟฟ้าไว้ตลอดคืนยังทำให้มีผลเสียกับ สุขภาพด้วย เพราะร่างกายจะเสียน้ำมากจะทำให้อ่อนแอและเจ็บป่วยง่าย

ความหนาวอาจทำให้เกิดแผลที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า ( Chilbains ) มีอาการคัน แดง และบวม การทำให้หน้าอกอบอุ่นและใส่ถุงมือถุงเท้า Wool จะช่วยให้ดีขึ้น คุณอาจปรึกษาร้านขายยาเพื่อหาน้ำมันบรรเทาอาการคันและพองได้

อาการท้องผูก
ถ้าท้องผูกให้ดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานผลไม้และอาหารที่มีกาก โดยเฉพาะลูกพรุนจะช่วยได้มากหรือซื้อยาระบายที่ร้านขายยามารับประทานก็ได้

การสูบบุหรี่
ต้องไม่สูบในบ้าน หรือห้องนอนเป็นอันขาด แม้จะเปิดหน้าต่างไว้ก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้น เพราะอากาศเมืองหนาวไม่ถ่ายเทอย่างเมืองร้อน จึงต้องสูบนอกบ้านเสมอและอย่าทิ้งก้นบุหรี่ไม่เป็นที่ หรือทิ้งบนสนามหญ้า หรือพื้นดินนอกบ้าน ควรถามว่าควรทิ้งที่ไหน และถ้าใช้ที่เขี่ยบุหรี่ ต้องทำความสะอาดหลังใช้ทุกครั้ง

การใช้โทรศัพท์
ตกลงกับครอบครัวว่าคุณควรใช้โทรศัพท์เวลาไหน อย่าโทรศัพท์นานเกิน 10 นาที และอย่าคุยเสียงดัง จนรบกวนคนอื่น คนนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่ไม่ใช้โทรศัพท์หลังสามทุ่ม จึงไม่ควรให้ใครโทรมาหาตอนดึก

ถ้าโทรมาเมืองไทยคุณต้องจ่ายค่าโทรเอง และต้องจ่ายทันทีทุกครั้งที่เรียกเก็บ โทรหลังสี่ทุ่มราคาจะถูกลง และที่สะดวกและถูกสุดคือใช้ Phone card ซึ่งใช้ได้กับโทรศัพท์บ้านด้วย คุณอาจหมุนผ่านโอเปอเรเตอร์ในเมืองไทย กรณีนี้ทางเมืองไทยจะเป็นผู้จ่ายค่าโทร หมายเลขโอเปอเรเตอร์ คือ 000966 เมื่อโอเปอเรเตอร์รับสายแล้วจึงบอกหมายเลขที่ต้องการโทร

แขกของคุณ
ถ้าต้องการให้เพื่อนมาค้างที่บ้านสุดสัปดาห์ ต้องขออนุญาตครอบครัวก่อน ควรถามว่า " Can I invite my friend ( name ) over for the night / to watch T.V. หรือ Video, ect…?" และถามว่า "What time suits you for me to have a visitor ?" เมื่อแขกมาควรแนะนำให้รู้จักกับครอบครัวและคุยกันเป็นภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยเฉพาะเวลาอยู่ต่อหน้าครอบครัว การคุยภาษาไทยต่อหน้าคนที่ไม่เข้าใจภาษาไทย ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง

การสื่อความหมาย
ควรเรียกทุกคนด้วยชื่อ คนไทยให้เกียรติผู้ใหญ่โดยเรียกนับญาติ แต่คนนิวซีแลนด์รู้สึกเขิน ถ้าคุณเรียกเขาว่า "Aunty" หรือ "Uncle" ผู้ใหญ่ในนิวซีแลนด์จะพอใจที่ถูกเรียกชื่อตัว เช่น Homestay mother, ชื่อ Ann นามสกุล Brown คุณควรเรียกเขาว่า Ann

ถ้าไม่เข้าใจในสิ่งใดให้ถาม อย่านิ่งเงียบ การถามไม่ใช่เรื่องต้องเกรงใจ ไม่รู้ต้องถามเพื่อให้รู้และเป็นการสร้างสัมพันธ์กับทุกคนด้วย คุณมักคิดว่าไม่รู้ว่าจะคุยอะไรดี ไม่มีเรื่องคุย การถามเป็นการเริ่มสนทนาที่ดี ทุกคนจะรู้สึกมีความสำคัญที่ได้มีโอกาสอธิบายบางสิ่งบางอย่างให้คุณฟัง การเงียบทำให้ทุกคนอึดอัด รวมทั้งตัวคุณด้วย

เมื่อรู้สึกข้องใจในสิ่งใด อย่าเก็บความคับข้องใจ หรือขุ่นเคืองไว้เป็นอันขาด ไม่มีใครรู้ความรู้สึกคุณได้ถ้าคุณไม่พูด เขาจะแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ คุณต้องกล้าและพร้อมเสมอที่จะบอก ที่จะอธิบายให้ทุกคนรู้ถึง ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและสิ่งที่คุณไม่ชอบ และนี่เป็นหัวข้อในการพูดคุยที่ดีอีกเหมือนกัน ถ้าคุณทำเช่นนี้ ทุกคนจะ รู้จักคุณดีขึ้นและสบายใจที่จะคบหาสมาคมกับคุณเพราะคุณเป็นคนเปิดเผย คบง่าย การนิ่งเฉยทั้งที่ไม่พอใจไม่ทำอะไรดีขึ้นเลย คุณอาจคิดว่ามันเป็นมารยาทที่ดีของคนไทย แต่ความจริงมันเป็นตัวก่อปัญหา และขวางกั้นระหว่างคุณกับผู้คนในสังคมใหม่ไม่เปิดโอกาสให้เขาและคุณเรียนรู้ความคิดและวัฒนธรรมของกันและกัน

ถ้ามีปัญหาใน Homestay ให้บอกกับครูผู้ดูแลนักเรียนต่างชาติ อย่าเก็บปัญหาไว้ เพราะไม่มีใครช่วยแก้ปัญหา ได้ถ้าเขาไม่รู้ ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นปัญหาลุกลามใหญ่โต หากคุณไม่แก้ ตั้งแต่เริ่มเกิดปัญหา การเปลี่ยน Homestay ทำได้เสมอ แต่อย่าลืมว่า คุณต้องให้เวลาทั้งตัวคุณและครอบครัวใหม่ในการปรับตัวเข้าหากันสักระยะหนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินว่าเข้ากันไม่ได้

ถ้ามีสำนวนใด ศัพท์ใด หรือประโยคใดที่ไม่เข้าใจให้ถามทันที เพราะนี่เป็นวิธีเรียนภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด มีหลายประโยคที่เป็นคำพูดเฉพาะของคนนิวซีแลนด์ เช่น "How's it going" เป็นการทักทายว่า "สบายดีหรือ" ประโยค "She'll be right mate." มีความหมายว่า "That will be OK." ซึ่งคล้ายกับว่า "ไม่เป็นไร" ของเรา

การบอกเวลาจะใช้เหมือนชาวอังกฤษ Quarter to four หมายถึง 3.45 am./ pm. ส่วน Quarter past four หมายถึง 4.15 am./ pm. ระวังคำว่า to กับ past ให้ดีถามให้แน่ใจมิฉะนั้นคุณอาจผิดเวลา คนนิวซีแลนด์ไม่นับวันด้วยระบบเดือน เช่น เดือน หรือ ครึ่งเดือน แต่จะบอกเป็นสัปดาห์ เช่น 4 weeks หรือ 2 weeks

การโดยสารรถประจำทาง
รถประจำทางจะมาเป็นเวลา จึงต้องไปให้ทัน ชำระเงินทันทีเมื่อขึ้นรถ ถ้าต้องขึ้นรถเป็นประจำควรซื้อตั๋วเดือน เพราะจะถูกลง ถามคนในครอบครัว ครู หรือคนขับรถ ดูว่าจะซื้อ Monthly Pass ได้ที่ไหน และถ้าไม่แน่ใจว่าจะต้องลงป้ายไหน ให้ถามคนขับหรือเพื่อนร่วมโดยสารรถคันนั้นได้ อย่าเผลอหลับในรถเพราะอาจนั่งเลยป้าย

การขี่จักรยาน
ทุกคนต้องสวมหมวกกันน้อคเมื่อขี่จักรยาน นี่เป็นกฎหมาย และห้ามขี่จักรยานบนทางเท้า

เหตุฉุกเฉิน
เมื่อมีเหตุฉุกเฉินที่ต้องการเรียกตำรวจ ดับเพลิงหรือรถพยาบาล ให้โทร 111 (โทรฟรี) คนนิวซีแลนด์จะเรียกรถพยาบาลเมื่อมีอุบัติเหตุ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น หัวใจวาย การบริการในเหตุฉุกเฉินเหล่านี้เป็นบริการชุมชนที่ไม่คิดค่าบริการเพียงหมุนหมายเลข 111 แล้วบอกโอเปอเรเตอร์ว่าคุณต้องการบริการอะไร เช่น Police, Fire, Ambulance พร้อมบอกชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์

ของมีค่าและเงิน
ระมัดระวังเรื่องเงินและของมีค่าหาย พกเงินติดตัว เมื่อจำเป็นต้องใช้เท่านั้น ดูแลของมีค่าให้ดี คนนิวซีแลนด์ส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่ดังกล่าวแล้วว่าคนร้ายมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เพื่อความปลอดภัย อย่าใส่ของมีค่าติดตัวและอย่าให้ เพื่อนยืมเงิน โดยเฉพาะถ้าเป็นจำนวนมาก ๆ

การใช้บัตรธนาคารที่เรียก Bank card หรือ Cash card ช่วยให้ไม่ต้องเก็บเงินจำนวนมากไว้กับตัว ธนาคารส่วนใหญ่เปิดเวลา 09.30 - 16.30 น. วันจันทร์ - วันศุกร์ ในบางเมืองธนาคาร Trust Bank จะเปิดเช้าวันเสาร์ด้วย

การส่งอาหารจากเมืองไทย
ทางบ้านไม่ควรส่งอาหารไปให้เพราะจะถูกยึดตอนผ่านเข้านิวซีแลนด์

การชำระค่า Homestay
ต้องชำระเงินตรงเวลา และถ้าไม่พักที่ Homestay นั้นต่อไป ต้องบอกล่วงหน้า 2 สัปดาห์ เสมอ มิฉะนั้น ต้องจ่ายค่าที่พักชดเชยให้เจ้าของบ้าน 2 สัปดาห์ ตามปกติค่าที่พักงวดแรกจะขอคืนไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใด เพราะครอบครัวต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย ต้องปรับชีวิต ความเป็นอยู่สำหรับสมาชิกใหม่

ถ้าคุณไม่อยู่บ้านในระยะเวลาหนึ่ง เช่น ไปพักผ่อนตอนหยุดเทอม ไปฝีกงาน และต้องการมาพักที่ครอบครัวเดิม คุณต้องบอกครอบครัวให้เข้าใจ มิฉะนั้น เขาอาจรับนักเรียนคนใหม่บางครอบครัวอาจต้องการเงินค่ารักษาสิทธิ ( Retention) ที่จะเก็บที่พักไว้ให้คุณ ค่ารักษาสิทธิดังกล่าวไม่ควรเกินสัปดาห์ละ 40 - 60 เหรียญ

การประกันสุขภาพ
นักเรียนต่างชาติทุกคนต้องทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ คุณทำประกันสุขภาพเมื่อไปถึงโรงเรียนได้ หรือเลือกให้ศูนย์ฯ ทำประกันก่อนเดินทางจากเมืองไทยก็ได้ ซึ่งมีการทำที่ไหนก็เป็นบริษัทเดียวกัน แต่การทำประกันจากเมืองไทยมีข้อดี ที่สะดวก ค่าเบี้ยประกันถูกกว่า และที่สำคัญความรับผิดชอบของบริษัทประกันจะเริ่มตั้งแต่ออกเดินทางจากเมืองไทย

ข้อมูลต่าง ๆ ข้างต้นเป็นเพียงคำแนะนำทั่ว ๆ ไป อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ คุณต้องพิจารณานำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานะการณ์และสิ่งแวดล้อม และอย่าลืมว่าการถาม ยังเป็นยาวิเศษที่สุดสำหรับการปรับตัวเข้าหาทุกคนแม้รู้อยู่แล้วก็ถามได้เพื่อความแน่ใจว่ายังไม่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนั้น ความรู้ที่เตรียมไปจะช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่เขาจะอธิบายให้คุณฟังง่ายขึ้น และคุณก็อาจบอกเขาถึงสิ่งที่เตรียมศึกษามาเพื่อเป็นการแสดงว่าคุณสนใจวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของพวกเขา

ไม่มีที่ไหนที่จะเป็นสถานที่เรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ความคิดเห็น ความเป็นอยู่ รสชาติอาหารตลอดจนพัฒนาภาษาอังกฤษได้ดีเท่ากับครอบครัว Homestay ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ได้รับนักเรียน / นักศึกษาเพื่อเงินแต่มีความสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับผู้คนที่มาจากวัฒนธรรมที่แตกต่าง เขายอมรับว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเขาเองก็ต้องปรับตัวและเสียสละบางอย่างเพื่อคุณ คุณต้องตระหนักในเรื่องนี้และพยายามเรียนรู้และยอมรับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมใหม่ พยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว

เตรียมตัวเล่าสิ่งต่าง ๆ ที่คุณทำที่บ้าน ติดรูปของพ่อแม่ พี่น้องของคุณไปด้วย เล่าเรื่องตัวคุณเอง ครอบครัวที่เมืองไทย และความแตกต่างของความเป็นอยู่ระหว่างเรากับเขาอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย สิ่งเหล่านี้ล้วนน่าสนใจและช่วยให้เขาเข้าใจและรู้จักคุณดีขึ้น อย่าลืมว่าภาษาไม่ใช่อุปสรรคและการพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งไม่ใช่เรื่องน่าอายสำหรับเขาเลย ไม่มีใครคิดว่าคุณต้องพูดภาษาของเขาได้ดี

โปรดเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของคุณ คุณทำได้แน่ ถ้าคุณอดทน พยายามและไม่ท้อถอย ลงมือ ทำตั้งแต่วินาทีแรกที่ไปถึง ช่วงสามเดือนแรก เป็นช่วงที่ลำบากที่สุด เพราะสภาพจิตใจของคุณก็ยังไม่ดี คิดถึงบ้านมาก และทั้งครอบครัว ต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่เมื่อผ่านช่วงนี้ไปแล้วคุณกับครอบครัวจะเข้าใจกันได้ทุกเรื่อง เมื่อนั้น คุณจะมีความสุขและเมื่อคุณเสร็จสิ้นการศึกษากลับมาประเทศไทย คุณจะพบว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิตคุณ คุณได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายและสิ่งเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อการดำเนินชีวิตของคุณตลอดไป


Back

ศูนย์แนะแนวการศึกษานิวซีแลนด์ สกอลาร์ ไกด์ 1467/4 ซอยสุขุมวิท 65/1 ถนน สุขุมวิท พระโขนงเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทร. (02) 726-9966-9 โทรสาร (02) 726-9970 email : admin@scholarguide.net